• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ข่าวสิ่งแวดล้อม

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  25 ธันวาคม 2567

พิธีลงนาม MOU โครงการเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่คาร์บอนต่ำ

วันที่ 24 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ (URC) พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา นายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ และเปิดตัวโครงการเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่คาร์บอนต่ำ พร้อมด้วย นายณปวันชัย กุลฉัตรฐานนท์ กรรมการที่ปรึกษาเครือข่ายเขียว สวย หอม ร่วมลงนามความร่วมมือ โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ และ เครือข่าย เขียว สวย หอม ผู้มีเกียรติ สื่อมวลชนร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้

นายภวฤทธิ์ กาญจนเกตุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ กับ เครือข่ายเขียวสวยหอม มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่คาร์บอนต่ำให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งได้กำหนดเนื้อหางานที่จะดำเนินการ โดยมีกรอบเวลาทำงานเบื้องต้นเป็นเวลา 5 ปี ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเส้นทาง ออกแบบเนื้อหาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์อย่างมีส่วนร่วม การบริการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์เมืองเก่าเชียงใหม่ การฝึกทักษะด้านงานท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์แก่นักเรียน นักศึกษา การนำรายได้หักค่าใช้จ่ายมาพัฒนาพื้นที่สีเขียวของชุมชนและขับเคลื่อนสังคมเชียงใหม่คาร์บอนต่ำอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งวัตถุประสงค์โครงการเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่คาร์บอนต่ำ เพื่อออกแบบและบริการเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์ แก่กลุ่มดูงาน นักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยว ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่สีเขียว และชุมชนคาร์บอนต่ำในพื้นที่เมืองเชียงใหม่เพื่อเชื่อมโยง งานบริการของศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ ศูนย์สร้างสรรค์เพื่อพัฒนา เมืองเชียงใหม่ที่ดำเนินงานโดยเทศบาลนครเชียงใหม่ กับโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศประวัติศาสตร์ คาร์บอนต่ำ ที่ดำเนินงานโดยเครือข่ายเขียวสวยหอมเพื่อพัฒนาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านการพัฒนาเมืองและการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ ให้ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำในพื้นที่เมืองเชียงใหม่

ที่มา : เชียงใหม่นิวส์ (https://www.chiangmainews.co.th/social/3536464/)


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  24 ธันวาคม 2567

ที่มา https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-79

การแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลกได้เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทย ดำเนินการแก้ปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) หรือที่หลายคนคุ้นชินกับชื่อการประชุมภาคีที่เรียกว่า ประชุม COP (Conference of the Parties)

ภายใต้กรอบการประชุม COP ทุกประเทศ รัฐภาคี ต้องตั้งเป้าหมายลดคาร์บอน พร้อมแสดงความโปร่งใสในการดำเนินงานผ่านสองเครื่องมือสำคัญ คือ แผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution หรือ NDC) และ รายงานความโปร่งใสในระยะสองปี (Biennial Transparency Report หรือ BTR)

ประเทศไทยได้ประกาศเป้าหมายชัดเจนในการประชุมระดับสูงของ COP ครั้งที่ 29 ณ เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยมุ่งตามเป้า NDC สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 ครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน อุตสาหกรรม การขนส่ง และการเกษตร พร้อมทั้งผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียว


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  23 ธันวาคม 2567

ที่มา: https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2831395

ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เปิดเผยว่า จากปัญหาที่ดินพื้นที่ป่าชายเลนเอกสารสิทธิ์ที่มีสภาพป่าชายเลนสมบูรณ์ถูกแผ้วถาง เปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อันเนื่องมาจาก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม

โดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ป่าชายเลนได้รับผลกระทบ กรม ทช. จึงได้ลงพื้นที่ชี้แจงกับชุมชน รวมถึงประชุมหารือร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและรักษาพื้นที่ป่าชายเลนในที่เอกสารสิทธิ์

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (พื้นที่สีเขียว) เพื่อให้ยกเว้นภาษีให้แก่พื้นที่สีเขียว โดยมีเงื่อนไขกำหนดให้ที่ดินที่จะได้รับยกเว้นภาษีจะต้องเป็นที่ดินซึ่งปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก และมีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศการดำรงชีวิต หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตลอดปีภาษี ดังนี้

1. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ในประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตรจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เฉพาะโครงการที่สอดคล้องกับระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจประเภทปลูกป่าและฟื้นฟูป่า

2.เป็นป่าชายเลน โดยมีรายละเอียดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประกาศกำหนด ทั้งนี้ ที่ดินที่เข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะต้องไม่มีการใช้หาผลประโยชน์ เว้นแต่เป็นการขาย หรือการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  22 ธันวาคม 2567

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวเสวนาในหัวข้อ “ปรับเกษตรไทยรับเทรนด์โลก ก้าวกระโดดสู่อนาคต” ว่า Next Trend ที่อาจส่งผลต่อสินค้าเกษตรของไทย คือ

1. การจัดการเชิงพื้นที่ อาจมีผลกระทบต่อเกษตรกรและผลผลิต จากภาพราคาที่ดินมีโอกาสลดลงจากสภาพความร้อนที่ทวีคูณ

2. มาตรการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนจากตลาดต่างประเทศ จะกดดันสินค้าเกษตรไทยต่อเนื่อง

3. เกษตรกรอาจต้องปรับตัวตามมาตรการตลาดปลายทาง แต่ราคา และการยอมรับอาจดีกว่าที่คาด เช่น EUDR (กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่มาจากพื้นที่ทำลายป่า)

4. ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย แต่ต้องพัฒนาคุณภาพให้ดีทดแทน

5. สินค้าเกษตรไทยเป็นสินค้าต้นน้ำ อาจถูก Trace back จากกระบวนการของภาคอุตสาหกรรมในเรื่องของความยั่งยืน เช่น สินค้าไม่บุกรุกทำลายป่า ไม่จับสัตว์น้ำนอกฤดูกาล เป็นต้น

6. สินค้าเกษตรคุณภาพต่ำจากต่างประเทศเข้ามาทุ่มตลาด กระทบเกษตรกรโดยตรง รัฐต้องกำหนดกลยุทธ์รับมือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และเกษตรพื้นที่

นายชัยชาญ กล่าวว่า เกษตรกรไทยจึงควรมีการปรับตัว โดยต้องแสวงหาความรู้ความเข้าใจ และเข้าถึงทางเครื่องมือ นวัตกรรม และหลักการทางวิทยาศาสตร์ และเน้นการพัฒนาในลักษณะของการรวมกลุ่มสหกรณ์ ชุมชน ไม่โดดเดี่ยว

ทั้งนี้ ต้องอาศัยนวัตกรรมและการปรับตัว โดยในส่วนของภาครัฐ ต้องเข้ามาช่วยเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์ ประเทศไทยขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ เช่น สินค้ามันสำปะหลัง ที่ต้องการพัฒนาพันธุ์ให้ทนต่อความต้องการของโลก และโรค และเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยภาควิชาการ มหาวิทยาลัย เกษตรจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ต้องมีบทบาทในการเข้ามาช่วยให้มากขึ้น เพราะจะเข้าใจสภาพพื้นที่เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังต้องเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีภาคเกษตรในทุกมิติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต อาทิ พัฒนาเครื่องตรวจวัดสภาพอากาศที่แม่นยำ และระบบบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เพาะปลูกอัจฉริยะ เมื่ออากาศร้อนหรือมีโอกาสน้ำท่วม

ที่มา : infoquest.co.th (https://www.infoquest.co.th/2024/455123)


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  21 ธันวาคม 2567

ที่มา https://www.baanlaesuan.com/353642/advertorial/redesign-metro-city/

บ้านและสวน ชวนไปพูดคุยกับนักวิชาการจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับนักวิชาการผังเมือง เกี่ยวกับสถานการณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพ ตลอดจนความเป็นไปได้ที่จะฟื้นฟูความหลากหลายผ่านการ Redesign เมือง รวมทั้งทำความรู้จักระบบฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและพื้นที่สีเขียว (Thai Green Urban : TGU) เครื่องมือในการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองและชุมชนทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คุณสุรีย์พร เกิดแก่นแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานพื้นที่เฉพาะและพื้นที่พัฒนาพิเศษ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สรุปภาพรวมของความหลากหลายในเมืองว่าไม่เพียงทำให้เกิดการหมุนเวียนของระบบนิเวศทางกายภาพเท่านั้น ยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนและสัตว์ที่อาศัยภายในเมือง

ความหลากหลายทางชีวภาพ เราพูดถึงพืช สัตว์ รวมทั้งจุลินทรีย์ ถ้าเริ่มต้นจากจุลินทรีย์ในดิน ก็มีหลากชนิด หลายสายพันธุ์ ที่เกื้อกูลกัน และเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้ดินมีคุณภาพดี เมื่อดินมีคุณภาพดีก็ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อมีพืชหลากหลาย ก็จะดึงดูดสัตว์เข้ามากินเป็นอาหาร ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีพวกแมลงเข้ามาด้วย และก็ดึงดูดสัตว์ที่กินสัตว์เข้ามาอีก แล้วพื้นที่สีเขียวตรงนั้นก็จะกลายเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เกิดวัฏจักรของระบบนิเวศที่ครบวงจรขึ้นมา”

หน้าที่ของ สผ. คือ สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และพื้นที่สีเขียว เนื่องจากสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของคน ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจและชุมชนดีขึ้น รวมทั้งคุณภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และกายภาพของเมืองโดยรวม และอีกส่วนหนึ่งคือการส่งเสริมให้ชุมชนในแต่ละท้องถิ่น ระหนักถึงภูมินิเวศที่อาศัยอยู่ว่ามีลักษณะอย่างไร การปฏิบัติตัว รวมทั้งปรับพฤติกรรมภายใต้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นอย่างเหมาะสมเพื่อการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงและมีความสุข


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  20 ธันวาคม 2567

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_9554280

ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดการแถลงข่าวกิจกรรม เดิน-วิ่ง มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run: Fund for legs” ปีที่ 2 เพื่อสนับสนุนการผลิตขาเทียม ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้พิการพร้อมสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ดร.พิรุณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปี 2566 ที่ผ่านมา กรมลดโลกร้อน ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมเดิน – วิ่ง มินิมาราธอน “We can run: Fund for legs” ภายใต้โครงการ Recycle for Life เพื่อมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสนับสนุนการผลิตขาเทียม มอบแด่ผู้พิการที่มีความยากไร้ ให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชนเป็นอย่างดี และได้มีการส่งมอบขาเทียมให้กับมูลนิธิขาเทียมฯ 85 ขา เป็นมูลค่ากว่า 2,125,000 บาท อีกทั้งสามารถรวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 4,080,000 ใบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 484.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ดร.พิรุณ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดกิจกรรม เดิน-วิ่ง มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run: Fund for legs” ปีที่ 2 ในครั้งนี้ ยังคงเป็นการจัดงานแบบปลอดคาร์บอน (Carbon Neutral Event) ซึ่งเกิดขึ้นจากการผนึกกำลังของภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (มูลนิธิ 3R) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจ TCP บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล จำกัด ช่อง 7HD โครงการ 7 สี ปันรักษ์ให้โลก โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 มีนาคม 2568 ณ บริเวณลานกลางท้องสนามหลวง แบ่งเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะ Mini Marathon 10 กิโลเมตร และระยะ Micro Marathon 5 กิโลเมตร อีกทั้ง ในครั้งนี้มีเป้าหมายที่เข้มข้นมากขึ้น ด้วยการตั้งเป้าสนับสนุนการผลิตขาเทียม 100 ขา คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,500,000 บาท รวบรวมกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิล 4,800,000 ใบ โดยนักวิ่งนำกระป๋องอลูมิเนียมเปล่าจำนวน 5 กระป๋อง มาแลกรับเสื้อ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 570 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  19 ธันวาคม 2567

นายพรชัย  ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีการ่างกฎกระทรวงกำหนดทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (ฉบับที่..) พ.ศ. …. จำนวน 2 ฉบับ ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 หลักการและเหตุผล : ปัจจุบันพื้นที่สีเขียวเข้าข่ายเป็นที่ดินที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพซึ่งจะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูง จึงทำให้ที่ผ่านมามีผู้ปรับเปลี่ยนที่ดินที่เป็นพื้นที่สีเขียวให้เป็นที่ดินที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมเพื่อให้เสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง ทั้งนี้ พื้นที่สีเขียวดังกล่าวมีคุณค่าและคุณประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศวิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการช่วยลดปัญหาการกัดเซาะดินและชายฝั่ง

สาระสำคัญ: ยกเว้นภาษีให้แก่พื้นที่สีเขียว โดยกำหนดให้ที่ดินที่จะได้รับยกเว้นภาษีจะต้องเป็นที่ดินซึ่งปกคลุมด้วยพืชพรรณเป็นองค์ประกอบหลัก และมีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศการดำรงชีวิต หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ตลอดปีภาษี ดังนี้

1. ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ในประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตรจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เฉพาะโครงการที่สอดคล้องกับระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจประเภทปลูกป่าและฟื้นฟูป่า

2. เป็นป่าชายเลน โดยมีรายละเอียดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศกำหนด ทั้งนี้ ที่ดินที่เข้าข่ายได้รับยกเว้นจากการจัดเก็บภาษีดังกล่าวจะต้องไม่มีการใช้หาผลประโยชน์ เว้นแต่เป็นการขาย หรือการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตซึ่งได้รับการรับรองจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป

ผลที่คาดว่าจะได้รับ: ช่วยลดปัญหาการแผ้วถางพื้นที่สีเขียว สนับสนุนการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนพื้นที่สีเขียวโดยสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 – 2580 แผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ฉบับปรับปรุง) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มและพัฒนาพื้นที่สีเขียว ป่าอนุรักษ์ ป่าชุมชน ตลอดจนการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

ที่มา : PPTVHD36.com (https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/238868)


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  18 ธันวาคม 2567

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/environment/1157912#google_vignette

ธรรมชาติมากขึ้นทั่วโลกเป็นเป้าหมายที่สวยงาม ป่าที่เก่าแก่ปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตทั้งบนและใต้ดินผึ้งและผีเสื้อที่หึ่งบนทุ่งหญ้าดอกไม้ป่า แม่น้ำที่ไหลเร็วเต็มไปด้วยปลาที่ไหลลงสู่มหาสมุทรที่เต็มไปด้วยชีวิตที่มองไม่เห็น

เมื่อสองปีก่อน ที่งาน COP15 ในมอนทรีออล รัฐบาล 196 แห่งเห็นด้วยกับกรอบการทำงานที่ทะเยอทะยานที่สุดเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพที่เราเคยมีมา นั่นคือกรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลก ซึ่งรวมถึงเป้าหมายที่ชัดเจนในปี 2030 “เพื่อหยุดและย้อนกลับการสูญเสียธรรมชาติเพื่อให้ธรรมชาติอยู่บนเส้นทางสู่การฟื้นตัว”

เป้าหมายระดับโลกนี้เรียบง่าย ควรมีความหลากหลายทางชีวภาพในตอนท้ายของทศวรรษนี้มากกว่าตอนเริ่มต้นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญในตอนนี้คือการหาวิธีวัดการฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อทราบว่าประสบความสำเร็จหรือไม่

การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ท้ายที่สุดแล้ว มันเกี่ยวกับพวกเราทุกคนที่มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูธรรมชาติ ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการได้เห็นความหลากหลายทางชีวภาพที่เฟื่องฟู ปลา ผีเสื้อ ผึ้ง นกมากมาย จากนั้นเท่านั้นที่สามารถมั่นใจได้ว่ากลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบได้ผล และเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีสามารถเติบโตต่อไปได้


© 2025 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.