• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ข่าวสิ่งแวดล้อม

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  6 มกราคม 2568

ที่มา : มิติหุ้น (https://www.mitihoon.com/2025/01/06/514660/)

มิติหุ้น – ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ต้อนรับเทศกาลวันเด็กอย่างสร้างสรรค์ โดยจัดงาน “MEGA KIDS WORLD 2025 : THE LITTLE GUARDIANSผู้พิทักษ์รักษ์โลก” ระหว่างวันที่ 11-12  มกราคม 2568 ณ โซนเมกา พลาซ่า และฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา เพื่อปลูกฝังแนวคิดด้าน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและ การสร้างความยั่งยืน ให้กับเด็กๆ ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตที่ดูแล รักษาโลก ของเราต่อไป ด้วยการเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในรูปแบบ EDUTAINMENT ผ่านภารกิจพิชิตฐานกิจกรรมต่างๆ ที่ท้าทายความสามารถ การคิดวิเคราะห์ พัฒนา ทักษะร่างกาย และสอดแทรกความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้อย่างสนุกสนาน พร้อมรับของรางวัลพิเศษมากมาย ลงทะเบียนร่วมสนุกฟรี!

ภายในงาน MEGA KIDS WORLD 2025 : THE LITTLE GUARDIANS ผู้พิทักษ์รักษ์โลก น้องๆ ที่มาร่วมงานจะได้รับมอบภารกิจ ของผู้กล้า เพื่อพิชิตฐานกิจกรรมต่างๆ ภายใต้เรื่องราวสมมุติในการรับมือกับ ภัยธรรมชาติ ที่รุนแรงจนทำให้ต้นไม้ยักษ์ที่มีอายุกว่า 1,000 ปี และสัตว์ป่าน้อยใหญ่กำลังจะตายจากสภาวะขาดน้ำ อาหาร และมลพิษทางอากาศ โดยพื้นที่โซน เมกา พลาซ่า ได้ถูกเนรมิตเป็นฐานกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถของน้องๆ ได้แก่ (1) WILDFIRE..WARRIORS นักรบไฟป่า ภารกิจดับไฟป่าจำลองด้วยปืน NERF..ภายใต้เวลาที่กำหนด (2) JUNGLE..JOURNEY ผจญภัยในป่าลึก ที่น้องๆ จะได้ฝึกทักษะร่างกายในการผจญภัย ข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ เพื่อไปช่วยเหลือต้นไม้ยักษ์อายุ 1,000 ปี (3) RECYCLE QUEST ภารกิจรีไซเคิล กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแยก ประเภทขยะ โดยให้น้องๆ โยนลูกบอลสีต่างๆ ให้ลงในถังขยะแยกสี ให้ถูกต้อง ปลูกฝังความรู้และฝึกวินัยเรื่องการแยกขยะ อย่างถูกวิธี (4) GUARDIAN OF THE GIANT TREE ผู้พิทักษ์ต้นไม้ยักษ์ เด็กๆ จะได้ออกกำลังกายปั่นจักรยานเพื่อวิดน้ำ จากแหล่งน้ำไปรดยังต้นไม้ยักษ์ เพื่อฟื้นคืนชีวิตให้กับต้นไม้ (5) SEED..OF..HOPE เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต เชิญชวนให้หนูน้อย ผู้พิทักษ์หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตให้ป่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยให้น้องๆ พัดลูกกอล์ฟ ที่เป็นตัวแทนของเมล็ดพันธุ์ ปล่อยลงในหลุมที่กำหนดไว้  หลังจากประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือต้นไม้ยักษ์แล้ว เหล่าหนูน้อยผู้พิทักษ์พร้อมเดิน หน้าสู่ภารกิจสุดท้ายในบริเวณ ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า (6) พิเศษสำหรับสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ดสเท่านั้น กับโซน OXYGEN..BOOST เสริมพลังออกซิเจน ให้น้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของปริมาณออกซิเจนในน้ำ โดยได้เนรมิตบ่อน้ำ และลูกบอลเป่าลมยักษ์กลิ้งไปบนผิวน้ำ เปรียบเสมือนการเติมออกซิเจนลงในน้ำ แลกรับสิทธิ์ได้ที่จุดลงทะเบียนหน้าบูธกิจกรรม ทั้งนี้ เมื่อน้องๆ ทำภารกิจได้สำเร็จ จะได้รับของที่ระลึกจากเมกาบางนาอีกด้วย


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  5 มกราคม 2568

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/environment/1160230

ก้าวเข้าสู่ปี 2025 แล้ว แต่วิกฤติภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมายยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่สุดที่โลกกำลังเผชิญ ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมกำลังปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆทั้งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ชุมชน และเศรษฐกิจทั่วโลก

ปีนี้นำมาทั้ง “ความท้าทาย” ในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และ “โอกาส” ในการเปลี่ยนไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนมากขึ้น บทความนี้ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ได้รวบรวมความท้าทายและวิกฤติภูมิอากาศสำคัญที่ควรระวังในปี 2025 ได้แก่ 1.การรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส 2.การลดมลพิษจากพลาสติก 3.การจัดหาเงินทุนสำหรับเศรษฐกิจสะอาด 4.ปกป้องธรรมชาติ 5.เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว 6.การขาดแคลนน้ำ 7.ความมั่นคงทางอาหาร 8.มหาสมุทรเป็นกรด 9.การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และ 10.การย้ายถิ่นฐานเนื่องจากสภาพภูมิอากาศ


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  4 มกราคม 2567

ที่มา: https://www.banmuang.co.th/news/social/412067

เทศกาลสีสันแห่งดอยตุงจัดขึ้นโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 ซี่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 11 แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ 1. ส่งเสริมและอนุรักษ์ความหลากหลายเชิงวัฒนธรรมของชนเผ่าร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมอัตลักษณ์ของกลุ่มชนเผ่า 2. เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในชุมชนให้มีความสามารถในการแข่งขันและพึ่งพาตัวเองอย่างยั่งยืน 3. สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนเมืองและชุมชนดอยตุง นอกจากนี้การจัดงานแต่ละครั้งยังให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นงานอันดับหนึ่งของจังหวัดเชียงราย และอันดับต้น ๆ ของประเทศเรื่องปลอดคาร์บอน

งานสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11 ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่าง โดยเตรียมจุดทิ้งขยะไว้ทั่วงาน ซึ่งถังขยะ 3 ถัง มีการแบ่งแยกประเภทของขยะได้แก่ เศษอาหาร ขยะประเภทแก้วน้ำ ขวดน้ำ ย่อยสลายยาก และ ขยะประเภทกระดาษ วัสดุรีไซเคิล นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งภายในงานเน้นการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายได้ง่าย และทำจากวัสดุธรรมชาติ ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยคาร์บอนเครดิต เช่น กระทงใบตองห่ออาหาร แทนการใช้ถุงพลาสติกหรือโฟม แก้วน้ำกระดาษ หลอดดูดน้ำทำจากกระดาษ และหูหิ้วจักรสานจากไม้ไผ่

ภายในงานยังมีนิทรรศการชวนเรียนรู้ ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดอยตุง และแนวทางในการช่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พร้อมทั้งมีกิจกรรมสอดแทรกความรู้ การคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านเกม กิจกรรมสัญญากับน้องโต ชวนมาเขียนจดหมายถึงอนาคต ว่าเราจะช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง แล้วส่งจดหมายกลับมาให้ตัวเองเพื่อเตือนให้เราตระหนักถึงภาวะโลกร้อนที่หนักขึ้นในทุก ๆ ปี และ LET’S DO UPCYCLING นิทรรศการจากขยะ และผลิตภัณฑ์มากด้วยคุณค่าจากขยะ โดยงานสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 11 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ถึง 26 มกราคม 2568 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น. ณ โครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  3 มกราคม 2568

เราต่างก็ทราบดีว่าโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้าย ควบคู่ไปกับการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติและสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ จนนานาประเทศต้องทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และคืนสมดุลให้โลก เกิดเป็นมาตรการระดับประเทศเพื่อใช้บริหารจัดการและจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ที่เรียกว่า “การจัดเก็บภาษีคาร์บอน” นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายสังคมคาร์บอนต่ำ

สำหรับประเทศไทย มีเจตนารมณ์ที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 20-25 ภายในปี พ.ศ. 2564-2573 (ค.ศ. 2021-2030) หรือก็คือลดการปล่อยคาร์บอนให้ได้อย่างน้อย 111 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี ค.ศ. 2065 ส่งผลให้ประเทศไทยกำลังจะมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอนให้ได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำในอนาคตอันใกล้มาก ๆ เช่นกัน

ภาษีคาร์บอนคืออะไร องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) (องค์การมหาชน) มีหลักการและแนวคิดของภาษีคาร์บอน (Carbon..Tax)..ว่าเป็นหลักการที่กำหนดให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะต้อง “จ่ายค่าปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ตามหลักการของ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter..Pay Principal)..โดยรัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีต่อหน่วยการปล่อย (ต่อ 1 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า) ซึ่งอาจเก็บจากการใช้ประโยชน์ เช่น การเก็บภาษีตามปริมาณคาร์บอนในน้ำมันเชื้อเพลิง (Carbon Tax) หรือเก็บจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของแหล่งปล่อย (Emission Tax) ก็ได้

ภาษีคาร์บอน จัดเป็นหนึ่งในกลไกราคาคาร์บอน (Carbon..Pricing..Mechanism) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีการกำหนดต้นทุนหรือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของตัวเงิน และราคาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะมีต้นทุนที่ชัดเจน จึงสามารถผลักดันให้ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การที่หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนดภาษี ข้อดี คือมีความชัดเจนและง่ายต่อการบริหารจัดการ แต่ก็ต้องมีการกำหนดอัตราภาษีที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจมากเกินไป

ที่มา : Ryt9.com (https://www.ryt9.com/s/prg/3573112)


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  2 มกราคม 2568

ที่มา https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9670000125327

ในปี 2567 ประเทศไทยต้องเผชิญผลกระทบสิ่งแวดล้อมมากมาย ซึ่งเป็นสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงและแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งหลายปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายประเด็นที่ภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อมได้ระดมความเห็น ออกนโยบายต่างๆ เพื่อเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหา ก่อนจะบอกลาปี 2567

  สถานการณ์โลกปัจจุบันที่หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยได้บูรณาการประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเรื่องการค้าและการลงทุน โดยสิ่งที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประการสำคัญคือ การผลิตและการบริโภคที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและใช้พลังงานสะอาด ความตื่นตัวมากขึ้นในปัจจุบัน โดยพบแนวโน้มการใช้รถ EV และพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งพลังงานทางเลือกอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม ในขณะเดียวกันเรื่องการจัดเก็บพลังงานเพื่อให้เกิดความเสถียรมากพอ

  สำหรับเป้าหมายของประเทศไทยในตอนนี้ มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2065 แม้จะเป็นเวลาอีกราว 20 – 30 ปี แต่จำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เพื่อมีเป้าหมายและการดำเนินงานความเป็นกลางไปสู่เป้าหมายโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยส่วนหนึ่งต้องมีพื้นที่สีเขียวเพื่อมาดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ตามยุทธศาสตร์ชาติจะมีพื้นที่สีเขียวของประเทศไทยประมาณ 55% ของพื้นที่ประเทศ ซึ่งหากสามารถสร้างได้ทั้ง ป่าอนุรักษ์ ป่าเศรษฐกิจ และป่าในเมืองจะสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมาได้กว่า 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า รวมทั้งการดำเนินงานในการลดการปล่อย โดยนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยในการลด และหากได้รับความร่วมมือกับภาคภาคเอกชนจะสามารถขับเคลื่อนให้ถึงเป้าหมายตามกรอบเวลาได้ เพื่อให้ประเทศไทยมุ่งสู่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  1 มกราคม 2568

ที่มา: https://thaitabloid.com/archives/202649

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) แถลงข่าวผลการตรวจค้นฟาร์มต้องสงสัยในจังหวัดนครปฐม หลังพบเชื่อมโยงการลักลอบนำเข้ากอริลลาจากไนจีเรียมายังประเทศไทย​ ตามนโยบาย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้เข้มงวดกวดขันการป้องกันปราบปรามการลักลอบค้าและครอบครองสัตว์ป่าผิดกฎหมายทั่วประเทศ

นายอรรถพล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้รับการประสานจากสำนักงานไซเตสประเทศตุรกี แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรอิสตันบูลตรวจพบลูกกอริลลาถูกซุกซ่อนมากับสินค้าที่ระบุว่าเป็นกระต่าย จำนวน 20 ตัว บรรจุใน 2 ลัง โดยมีเอกสารระบุปลายทางส่งมายังบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายค้นศาลจังหวัดนครปฐมเพื่อเข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว จากการตรวจค้นภายในฟาร์ม เจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่าควบคุมที่มีใบอนุญาตครอบครองหลายชนิด ประกอบด้วย นกกระตั้วโมลัคคัน นกกระตั้วดำ นกเอี้ยงบาหลี และนกแก้วเทาแอฟริกัน ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงนกกระตั้วโมลัคคัน 1 ตัว และนกกระตั้วดำ 2 ตัวเท่านั้น ส่วนที่เหลือตายหมดแล้ว

เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาไว้เพื่อตรวจสอบหลักฐานและขยายผล โดยจะเร่งสืบสวนเครือข่ายการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติต่อไป เนื่องจากพบว่า คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายระดับนานาชาติ ที่มีเส้นทางเริ่มต้นจากไนจีเรีย ผ่านตุรกี และมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นคดีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  31 ธันวาคม 2567

คงไม่เกินจริง ถ้าจะบอกว่าโลกทุกวันนี้กำลังเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่งแต่ทุกประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาร่วมกัน ในปี 2024 ที่ผ่านมา คืออีกปีที่สถานการณ์เช่นนี้กำลังดำเนินไป ทว่ามีเหตุการณ์ใดพิเศษบ้างที่ควรบันทึกไว้ในโอกาสส่งท้ายปี และ National Geographic ฉบับภาษาไทย ได้มุมมองจาก ดร.เพชร มโนปวิตร นักวิทยาศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ ที่ผ่านการทำงานในองค์กรสิ่งแวดล้อมระดับโลกหลายแห่ง ถึงประเด็นด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปี 2024 ที่ไม่ควรมองข้าม

         ปรากฏการณ์โลกเดือด 2024 ร้อนที่สุดตั้งแต่เคยบันทึกมา

ปรากฏการณ์ที่ ดร.เพชร เลือกคือ โลกร้อนที่ได้เปลี่ยนมาเป็น “โลกเดือด” ปี 2024 คือ ปีที่คลื่นความร้อนแผดเผาหนักสุดเป็นประวัติการณ์ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย รวมถึงไทย

ข้อมูลจากโครงการติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus..Climate Change..Service)..ของยุโรป ระบุว่า มีแนวโน้มว่า ปี 2024 จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างน้อย 1.55 องศาเซลเซียส จากยุคก่อนอุตสาหกรรม ความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ส่งกระทบต่อธรรมชาติอย่างกว้างขวาง เช่น  ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวระดับโลกครั้งที่ 4 ไฟป่าระดับรุนแรง และการคุกคามสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายๆ ชนิด

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะหลังทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว (extreme..weather) จนทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบ่อยครั้ง จนถึงขึ้นเรียกกันว่า Rain..Bombจนเกิดน้ำท่วมรุนแรงทั้งในต่างประเทศ ในประเทศไทย เกิดอุทกภัยที่ภาคเหนือเมื่อช่วงกันยายนแม่น้ำสายหลักหลายสายในภาคเหนือ เช่น น่าน ยม ปิง วัง และกก ต่างเอ่อล้นจนเกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน ซ้ำน้ำท่วมยังถูกทำให้รุนแรงขึ้นจากพายุไต้ฝุ่นยางิซึ่งพัดถล่มประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงกลางเดือนกันยายน 2567ขณะที่ภาคใต้ฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในช่วงปลายปี และสถานฝนตกหนักจากสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้จะกลายเป็นฝนปกติเจอกันแทบทุกปี โดยเฉพาะเมืองไทยที่อยู่ในเขตเจอฝนโลกร้อนหนักขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่นานๆ จะเกิดขึ้นสักครั้งกำลังจะกลายเป็นเหตุการณ์ที่เราต้องเตรียมรับมือรายปี

ที่มา : National Geographic (https://ngthai.com/environment/75893/biggest-environmental-problems-of-2024/)


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  30 ธันวาคม 2567

ที่มา : https://www.tnnthailand.com/news/earth/184452/

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า จากปัญหาที่ดินพื้นที่ป่าชายเลนเอกสารสิทธิ์ที่มีสภาพป่าชายเลนสมบูรณ์ถูกแผ้วถางและเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจาก พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ทิ้งไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ซึ่งมีอัตราภาษีสูงกว่าพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ร่างกฎกระทรวงฯ เพื่อให้ยกเว้นภาษีให้พื้นที่สีเขียวโดยมีเงื่อนไขกำหนดให้ที่ดินที่จะได้รับยกเว้นภาษีจะต้องเป็นที่ดินซึ่ปกคลุมด้วย พืชพรรเป็นองค์ประกอบหลัก และมีประโยชน์เพื่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศการดำรงชีวิต หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตลอดปีภาษี คือ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ในประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตรจากคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะโครงการที่สอดคล้องกับระเบียบวิธีลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจประเภทปลูกป่าและฟื้นฟูป่า /เป็นป่าชายเลน ที่มีรายละเอียดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศกำหนด


© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.