• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดลแสดงความยินดี คณบดี ENVI Mahidol รับรางวัล CWIE ดีเด่นระดับชาติ

10 มิถุนายน 2569 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ รองศาสตราจารย์ ดร. กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในโอกาสได้รับรางวัล “ผลงาน CWIE ดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทที่ 10 ผู้บริหารหลักสูตร CWIE ในสถานศึกษาดีเด่น ระดับเครือข่ายภาคกลางตอนล่าง

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “CWIE 5.0 เพื่อสังคมผู้ประกอบการ: นวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต” เพื่อยกย่องและเชิดชูบุคลากรและสถาบันอุดมศึกษาที่มีผลงานโดดเด่นด้านการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education: CWIE) โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก


ENVI Mahidol ต้อนรับคณะวิทยากรจากมหาวิทยาลัยมหิดล จัดประชุมยกระดับความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

10 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิรทยา เริ่มมนตรี รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. นริศ หนูหอม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในโอกาสเป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมและกิจกรรมสำรวจความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของส่วนงาน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสมสุข นาคะพัฒนกุล นักวิเคราะห์ระบบงานคอมพิวเตอร์ ผู้ชำนาญการพิเศษ นายเตชิษฐ นาคะพัฒนกุล เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ และนายชริญโชค คะลีล้วน เจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์ จากกองเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้และแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แก่ผู้บริหารและบุคลากรของคณะ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามแนวปฏิบัติขั้นพื้นฐานสำหรับการป้องกัน เฝ้าระวัง และรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ระยะที่ 2 (Phase 2) การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) เพื่อยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจนการจัดทำแบบสำรวจการประเมินตนเอง (Self-Assessment) ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมของคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศและข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านการกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของมหาวิทยาลัยและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง


ENVI Mahiol คว้ารางวัล “ผลงาน CWIE ดีเด่นระดับชาติ 2569” สะท้อนความเป็นเลิศด้านการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน

รองศาสตราจารย์ ดร. กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับรางวัล “ผลงาน CWIE ดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569” ประเภทที่ 10 ผู้บริหารหลักสูตร CWIE ในสถานศึกษาดีเด่น ระดับเครือข่ายภาคกลางตอนล่าง ภายใต้แนวคิด “CWIE 5.0 เพื่อสังคมผู้ประกอบการ: นวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ หอประชุมมหาราช 1 และ 2 ศูนย์แสดงนิทรรศการและการประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก


ENVI Mahidol จัดกิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” เปิดเวทีสร้างสรรค์ : นวัตกรรมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00–16.30 น. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” ณ ห้องบรรยาย 4224 ชั้น 2 อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล ภายใต้โจทย์โครงงาน “นวัตกรรมสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)”

กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 จากทั่วประเทศที่มีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งผลงานกว่า 240 ผลงานเข้าร่วมประกวด โดยมีโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 โครงงาน เข้าสู่การนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ (Final Round) ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อคัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่นและสร้างสรรค์ที่สุด

ผลการตัดสินรางวัลการนำเสนอโครงงาน มีดังนี้

ชนะเลิศอันดับ1
ODEX : การออกแบบและพัฒนาระบบปลดปล่อยด้วยโดรนสำหรับไมโครแคปซูลอัลจิเนต-ผงขี้ผึ้ง บรรจุ Rhodococcus erythropolis ร่วมกับ Bacillus เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการย่อยสลายน้ำมันปนเปื้อน และลดผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าชายเลน
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

รองชนะเลิศอันดับ 1
การพัฒนาการสกัด Beta-Galactosidase จากอาหารเลี้ยงเชื้อที่ใช้องค์ประกอบจากข้าวพื้นเมืองของจังหวัดเชียงราย เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในรูปแบบแคปซูล
โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย

รองชนะเลิศอันดับ 2
Smart Urban Heat Sensor system
โรงเรียนกำเนิดวิทย์

รางวัลชมเชย 5 รางวัล
-ThaiTides: อุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เป็นจากเส้นใยผักตบชวาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิต

-การพัฒนานวัตกรรมพลาสติกชีวภาพจากแป้งในน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตขนมจีน
โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

-Leafguard-Boom
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

-SomromScan T-VER
โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ , โรงเรียนแสงทองวิทยา

-ระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนอุทกภัยอัจฉริยะด้วย AI ผ่าน LINE Application เพื่อการจัดการภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างยั่งยืน
โรงเรียนแสงธรรมวิทยามูลนิธิ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงโปสเตอร์ผลงานของนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จำนวน 30 ผลงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.สุรีย์วัลย์ สิทธิจันดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กันต์ ปานประยูร อาจารย์ ดร.วีรฉัตร์ ฉัตรปัญญาเจริญ และอาจารย์ ดร.นรินทร์ บุญตานนท์ คณาจารย์จากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการนำเสนอโครงงาน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้มอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม

กิจกรรม ENVI Mahidol-School Hackathon จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในกลุ่มเยาวชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป.

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


ENVI Mahidol จัดประชุมวิชาการระดับชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 ชูแนวคิด “Real World Impact” ขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลงโลก

5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการประชุมวิชาการระดับชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืน ครั้งที่ 2 (The 2nd EN Sustainable Development National Conference: ENSD Conference 2026) ภายใต้หัวข้อ “Real World Impact: เสริมสร้างผลกระทบเพื่อเปลี่ยนแปลงโลก” ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

ในโอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวเปิดการประชุม พร้อมเน้นย้ำบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

การประชุมจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีนำเสนอผลงานทางวิชาการทั้งในรูปแบบภาคบรรยาย (Oral Presentation) และภาคโปสเตอร์ (Poster Presentation) ตลอดจนส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างนักเรียน นิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ บุคลากรสายสนับสนุน และผู้สนใจจากหลากหลายสถาบัน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน
หัวข้อการนำเสนอผลงานวิจัยครอบคลุม 10 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและนโยบาย การจัดการมลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ นิเวศวิทยาเมืองและอุตสาหกรรม เกษตรกรรมที่ยั่งยืนและความมั่นคงทางอาหาร สังคมศาสตร์และสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ธรรมชาติและนิเวศวิทยา พลังงานทางเลือก สารสนเทศสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยภาคบรรยายมากกว่า 100 ผลงาน แบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 ห้องประชุมตลอดทั้งวัน โดยผลงานที่นำเสนอสะท้อนถึงความหลากหลายขององค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน อาทิ การประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการขยะและมลพิษ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาพลังงานสะอาด เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ นวัตกรรมวัสดุชีวภาพ การพัฒนาองค์กรดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนงานวิจัยด้านสาธารณสุขและนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ ผลงานวิจัยจำนวนมากยังมุ่งตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด “Real World Impact” ที่มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

การประชุมวิชาการการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับชาติ ครั้งที่ 2 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับประเทศและระดับโลกต่อไป

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


ENVI Mahidol จัดเสวนา “NEXT MOVE TO NET ZERO” ชูบทบาทการศึกษาและความร่วมมือทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนองค์กรสู่ยุคคาร์บอนต่ำ

5 มิถุนายน 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมเสวนาพิเศษ หัวข้อ “NEXT MOVE TO NET ZERO : เตรียมองค์กรให้พร้อมสู่ยุคคาร์บอนต่ำ” ภายใต้กิจกรรม “ENVI Mahidol-School Hackathon” และงาน “ENVI Mahidol Open House World Environment Day” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ณ อาคารสิ่งแวดล้อมพัฒนดล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา ได้แก่ ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ คณะทำงาน BCG Model สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.ปฏิมา สินธุภิญโญ Lead of ESG Governance & Integration บริษัท SCG และรองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ภายในเวทีเสวนา ผู้ร่วมเสวนาได้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งจากภัยแล้ง น้ำท่วม คลื่นความร้อน ไฟป่า และมลพิษทางอากาศ จึงจำเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเร่งปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

คณะผู้เสวนาได้เน้นย้ำว่า การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ เนื่องจากกฎระเบียบการค้าโลก แนวทางด้าน ESG และความต้องการของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรที่สามารถบริหารจัดการการปล่อยคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพจะมีความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจในอนาคต

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด พลังงานหมุนเวียน นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้ด้านความยั่งยืน ควบคู่กับการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ESG และ Net Zero เข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในอนาคต

พร้อมกันนี้ ผู้ร่วมเสวนายังเน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และประชาชน รวมถึงบทบาทของผู้นำองค์กรในการกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และกลไกการติดตามผลที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาคน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำและอนาคตที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ข้อคิดสำคัญจากเวทีเสวนาคือ “การมุ่งสู่ Net Zero ไม่ใช่หน้าที่ของภาคใดภาคหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน และการลงทุนที่สำคัญที่สุด คือ การลงทุนในการศึกษาและการพัฒนาคน เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมและโลกของเรา”

ดูรูปทั้งหมดที่ https://drive.google.com/drive/folders/1_2l8vJkHzYDlFgH1qSjwcyxJupzKGBb5


© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.