24 สิงหาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร. กิติกร จามรดุสิต พร้อมด้วยผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้การต้อนรับคณะนักเรียนจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี นำโดยมาสเตอร์เขมพาสน์ จาดก้อน หัวหน้างานสิ่งแวดล้อม โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พร้อมผู้แทนจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) นำโดยคุณสุปราณี สีนวลน้อย ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ในโอกาสเข้าร่วมประชุมหารือและรับฟังการนำเสนอแนวคิดโครงการ “ACT X 7-Eleven” ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคสังคม ในการลดปัญหาการใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตลอดจนพัฒนาต้นแบบการจัดการพลาสติกที่สามารถขยายผลไปยังสถานศึกษาและชุมชนอื่นในอนาคต
โครงการ ACT X 7-Eleven เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และบริษัท CP โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน ปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากการใช้บริการ 7-Eleven พร้อมนำข้อมูลผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์และประเมินผล เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในวงกว้าง
ในการประชุม นักเรียนจากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีได้นำเสนอแนวคิดการดำเนินโครงการ โดยกำหนดให้โรงเรียนเป็นพื้นที่นำร่องเป็นระยะเวลา 6 เดือน เริ่มต้นจากสาขา 7-Eleven ที่อยู่ใกล้โรงเรียน พร้อมเสนอแนวคิดการสร้างแรงจูงใจผ่านระบบคะแนนสะสมสำหรับผู้ที่ปฏิเสธถุงพลาสติก โดยอาจเชื่อมโยงกับรหัสนักเรียนหรือระบบที่เหมาะสม เพื่อบันทึกและติดตามการมีส่วนร่วมของนักเรียน
โครงการมุ่งส่งเสริมการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในสถานศึกษา โดยกำหนดเป้าหมายทั้งด้านการลดการใช้ถุงพลาสติก การมีส่วนร่วมของนักเรียน และการประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ความตระหนัก ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมโครงการทั้งก่อนและหลังดำเนินกิจกรรม
การดำเนินโครงการประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ การสื่อสาร การสร้างแรงจูงใจ และการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนสามารถนำแนวคิดการลดการใช้พลาสติกไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และสามารถขยายผลไปยังครอบครัวและบุคลากรภายในสถานศึกษาได้
ที่ประชุมเห็นว่าโครงการมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่อง โดยควรให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบติดตามข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลการมีส่วนร่วม และกลไกการประเมินผลที่เหมาะสม ซึ่งอาจเริ่มจากระบบพื้นฐานเพื่อทดสอบรูปแบบก่อนพัฒนาไปสู่ระบบที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในระยะต่อไป โครงการมีศักยภาพในการขยายผลไปยังสถานศึกษาและชุมชนอื่น ๆ เพื่อพัฒนาต้นแบบความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และมหาวิทยาลัย ในการลดการใช้พลาสติก ส่งเสริมการจัดการทรัพยากรและขยะอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวคิด Carbon Neutrality Campus (CNC) อย่างยั่งยืน

