วันที่ 27 ตุลาคม 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ การวิจัย และการพัฒนาเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Memorandum of Understanding: MOU) กับโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ภาคกลาง จำนวน 6 แห่ง ณ ห้องประชุมมงฟอร์ต หอประชุมหลุยส์ มารี โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
พิธีลงนามครั้งนี้มีผู้แทนจากสถานศึกษาทั้ง 6 แห่งเข้าร่วมลงนาม ประกอบด้วย
ภราดา ดร.อาวุธ ศิลาเกตุ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล
ภราดา ดร.วีรยุทธ บุญพราหมณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
ภราดาพัชรปกรณ์ ลังบุบผา รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญ ผู้รับมอบอำนาจในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ภราดาภานุวัฒน์ เหมือนทับ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ
ภราดาอภิสิทธิ์ งามวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม
ภราดาวันวสันต์ สุกุล รองผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญหลักสูตรภาษาอังกฤษ
โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และมาสเตอร์ ดร.กิตติพันธุ์ มิตรเจริญ รองหัวหน้าฝ่ายวิชาการ และหัวหน้าหลักสูตร โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการ ร่วมลงนามเป็นพยาน พร้อมด้วย ดร.แพรวา วงษ์บุรี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนโยบาย แผนและวิเทศสัมพันธ์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เพียงใจ พีระเกียรติขจร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหาร คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี
โอกาสนี้ ราดา ศุภฤกษ์ สิงหพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ในนามคณะผู้ดำเนินงาน ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดพิธีลงนามความร่วมมือ พร้อมทั้งมีการนำเสนอวีดิทัศน์ต้นแบบการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี เพื่อสะท้อนแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ยกระดับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาเยาวชน
การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการ การวิจัย และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเข้ากับการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน เพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการบริหารจัดการสถานศึกษาตามหลัก ESG (Environmental, Social and Governance)
สาระสำคัญของความร่วมมือครอบคลุมการร่วมกันพัฒนาองค์ความรู้ หลักสูตร คู่มือครู สื่อการเรียนรู้ และกิจกรรมด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และโครงการด้าน Climate and Nature Conservation (CNC)
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการจัดกิจกรรมทางวิชาการ การอบรม สัมมนา ค่ายวิชาการ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ ครู และนักเรียน รวมถึงการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันเพื่อสร้างต้นแบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนภายในสถานศึกษา
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการสนับสนุนเส้นทางการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสนใจและศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมโอกาสการเข้าศึกษาต่อในคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านระบบ Portfolio หรือช่องทางการรับนักศึกษาตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่มหาวิทยาลัยกำหนดในแต่ละปีการศึกษา ภายใต้ระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS)
บรรยายพิเศษเปิดมุมมองการจัดการศึกษา สู่สถานศึกษาที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน
ภายหลังพิธีลงนาม รองศาสตราจารย์ ดร.กิติกร จามรดุสิต ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการศึกษาเพื่อขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” โดยถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมนำเสนอความสำเร็จของมหาวิทยาลัยมหิดลในการได้รับการจัดอันดับ UI GreenMetric เป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับ 1 ของประเทศไทย 5 ปีติดต่อกัน และติดอันดับ 50 ของโลก รวมถึงการได้รับการจัดอันดับที่ 19 ของโลกจาก THE Impact Rankings ด้านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการพัฒนาเครือข่าย Carbon Neutrality Campus Network (CNC) ในระดับอาเซียน ภายใต้การสนับสนุนจาก United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (UN ESCAP) และความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง ประเทศจีน เพื่อเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาในการขับเคลื่อนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนร่วมกัน
ประเด็นสำคัญของการบรรยายเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ และพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยเสนอให้สถานศึกษาปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จากการถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงทฤษฎีไปสู่การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงปัญหาสิ่งแวดล้อมกับชีวิตประจำวัน และพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การวิจัย และการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง
ผลักดัน School Living Lab เปลี่ยนสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และสร้างนวัตกรรมจริง
หนึ่งในแนวทางสำคัญที่นำเสนอคือการพัฒนา School Living Lab หรือการใช้สถานศึกษาเป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้จากโจทย์ปัญหาจริง โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนร่วมกันคิดค้นแนวทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม
แนวทางดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการร่วมกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนเป็นผู้ริเริ่มโครงการ และสามารถนำผลลัพธ์ไปต่อยอดสู่การใช้งานจริงในระดับสถานศึกษาและสังคม
ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างแนวคิดเบื้องต้นโครงการลดการใช้ถุงพลาสติกที่อยู่ระหว่างการพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน โดยนำโจทย์การลดการใช้ถุงพลาสติกของร้าน 7-Eleven มาให้นักเรียนใน School Living Lab ของโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรีร่วมกันออกแบบแนวทางดำเนินงาน ผ่านแนวคิดการเชื่อมโยงรหัสนักเรียนกับระบบการลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ระหว่างสถานศึกษา
แนวคิดดังกล่าวยังมุ่งนำมูลค่าจากการลดใช้ถุงพลาสติกกลับคืนสู่โรงเรียนในรูปแบบอุปกรณ์กีฬาและอุปกรณ์การเรียนการสอน รวมถึงเปิดโอกาสให้สถานศึกษาที่มีความพร้อมส่งต่อทรัพยากรให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลน อันเป็นการเชื่อมโยงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้ากับการสร้างประโยชน์ทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนา Knowledge Hub และหลักสูตรออนไลน์ด้านความยั่งยืน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงองค์ความรู้ ตลอดจนการจัดทำคู่มือครูสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยสถานศึกษาที่เข้าร่วมลงนามสามารถนำแนวทาง School Living Lab ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทและศักยภาพของแต่ละแห่งได้ในอนาคต
สร้างเครือข่ายสถานศึกษาสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่างคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับโรงเรียนทั้ง 6 แห่งในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับอุดมศึกษาสู่การพัฒนาเยาวชนและสถานศึกษา โดยมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สามารถขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม การวิจัย และนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำและร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ในช่วงท้ายของกิจกรรม ภราดา ดร.สุรกิจ ศรีสราญกุลวงศ์ ได้มอบของที่ระลึก และผู้บริหารพร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เข้าร่วมได้ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ณ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

