แผ่นฟิล์มชีวภาพเชิงรุกจากสารไอโซไธโอไซยาเนตในล้าต้นแก่ผักน้าเบตง เพื่อควบคุม Escherichia coli สนับสนุนการยืดอายุอาหาร และยกระดับความปลอดภัยอาหาร
Active biodegradable film from isothiocyanates extracted from mature stems of Betong aquatic plants for controlling Escherichia coli, extending food shelf life, and enhancing food safety
Keywords:
Escherichia coli, แผ่นฟิล์มชีวภาพเชิงรุก, Isothiocyanates, Active biodegradable film, Antioxidant activity, Sustainable packagingAbstract
ปัจจุบันภาคการเกษตรมีการใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์อย่างแพร่หลายเพื่อเพิ่มผลผลิตและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน อย่างไรก็ตามแนวปฏิบัติดังกล่าวอาจเป็นช่องทางนาพาจุลชีพก่อโรคเข้าสู่ผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ Escherichia coli ซึ่งสามารถปนเปื้อนผ่านดิน นา และกระบวนการเก็บเกี่ยว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภคและเร่งการเสื่อมคุณภาพของอาหารสด ในขณะเดียวกัน การพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั งเดียว แม้ช่วยยืดอายุอาหารในระยะสั น แต่กลับก่อให้เกิดปัญหาไมโครพลาสติกสะสมในสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อาหาร ซึ่งสะท้อนถึงความจาเป็นในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาได้ทั งด้านความปลอดภัยอาหารและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
โครงงานนี มุ่งพัฒนาแผ่นฟิล์มชีวภาพเชิงรุกจากสารไอโซไธโอไซยาเนตที่สกัดจากลาต้นแก่ของผักนาเบตง ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ งจากการบริโภค โดยออกแบบให้วัสดุสามารถทาหน้าที่มากกว่าการเป็นเพียงชั นกั นทางกายภาพ แต่มีบทบาทในการยับยั งจุลชีพและชะลอการเกิดออกซิเดชันในระดับโมเลกุล ผลการวิเคราะห์พบว่าสารสกัดมีปริมาณไอโซไธโอไซยาเนตเฉลี่ย 10.95 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และสามารถยับยั งการเจริญของ Escherichia coli ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขนาดวงยับยั งเชื อในช่วง 11–15 มิลลิเมตร สะท้อนถึงศักยภาพในการควบคุมจุลชีพก่อโรคที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอาหาร
แผ่นฟิล์มชีวภาพที่พัฒนาขึ นจากเจลาตินและกลีเซอรอลมีสมบัติย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่ก่อให้เกิดไมโครพลาสติกตกค้าง และสามารถชะลอการเสื่อมคุณภาพของอาหารได้อย่างมีนัยสาคัญ การนาวัสดุเหลือทิ งทางการเกษตรมาใช้ในลักษณะนี จึงเป็นการเพิ่มมูลค่าทรัพยากร ลดของเสีย และยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และกรอบเศรษฐกิจ BCG (Bio–Circular–Green Economy) โดยสรุป นวัตกรรมนี เป็นแนวทางบูรณาการที่เชื่อมโยงความปลอดภัยอาหารเข้ากับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่ในอนาคตนี้