special scoop


การจัดทำระบบฐานข้อมูลเพื่อฐานทรัพยากรท้องถิ่นไทยจะยับยั้งการผลาญทรัพยากรในชุมชน
เกษม กุลประดิษฐ์

นับแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสภาวการณ์ที่เรียกว่า ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก หมายถึง มีเรื่องราวเดือดร้อนเกิดขึ้น ยังไม่ทันจะแก้ไขหรือจัดการให้สงบดี ก็เกิดมีเรื่องใหม่ซ้อนขึ้นมาอีก กลายเป็น 2 เรื่องขึ้นในคราวเดียว แต่สำหรับประเทศไทย ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่า มีมากกว่า ความวัว ความควาย ยังมีอีกหลายความที่เกิดขึ้นอยู่ เป็นเรื่องร้าย ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา เรื่องเก่ายังแก้ไม่เสร็จ หรือยังไม่ทันได้แก้ เปรียบเหมือนคนเลี้ยงวัว เลี้ยงควาย แล้วปล่อยปะละเลย ให้สัตว์ที่เลี้ยงอยู่นั้น ไปเหยียบย่ำทำลาย พืชพรรณ ต่างๆ ในสวน ของคนอื่น เมื่อวานวัวเข้าไปกินต้นไม้ วันนี้ควายเข้าไปย่ำ แปลงผัก เกิดวนเวียนไปมาแทบทุกวัน

หากเราพบ ประสบเหตุ เป็นเช่นนี้
ค่อยค่อยหา วิธี ที่แก้ไข
ใช้สติ ไตร่ตรอง ความเป็นไป
ลำดับใน ความสำคัญ อันรุนแรง

เกษตรกรไทยประสบกับสถานการณ์ ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก อย่างหนักหนาสาหัส หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 มาจนถึง นโยบายทางการเกษตรที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในปัจจุบันเช่น การประกันราคาข้าว มูลค่าสินค้าทางการเกษตรที่ตกต่ำ ในขณะที่รัฐบาลแต่ละยุคแต่ละสมัยพยายามแก้ไขปัญหาทำนองนี้ ด้วยการออกนโยบายด้านการเกษตรขึ้นมาใหม่ จนเข้าทำนอง “ลิงแก้แห” ซึ่งเป็นสำนวนคนโบราณที่ต้องการเตือนผู้คนให้พึงระมัดระวัง จะทำการใด ๆ จงคิดพิจารณา ไตร่ตรองให้รอบคอบ หาข้อมูลความรู้ให้เพียงพอ ก่อนตัดสินใจลงมือทำ อย่าให้เกิดสภาพที่ไม่รู้จริง เกิดปัญหาทับซ้อนหลายปม พันกันยุ่งเหยิงชนิดที่แกะแก้อย่างไรก็ไม่สามารถคลี่คลายได้ ซึ่งผลจากการแก้แหไม่สำเร็จ มิใช่เพียงลิงเท่านั้นที่จะตายไป หากแต่ก่อนที่ลิงจะมีอันเป็นไปนั้น มีความเสียหายเกิดขึ้นและสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นขึ้นมาแล้ว หลักฐานความล้มเหลวจากเกษตรกรคนไทยมากว่า 2 ล้านครอบครัวก็ยังยากจนอยู่เหมือนเดิม ในขณะที่นายทุนพ่อค้าคนกลางก็มีแต่จะร่ำรวยมากขึ้นา ชาวนาชาวไร่ชาวสวนก็หลังขดหลังแข็ง ทำงานบนฐานทรัพยากรแผ่นดิน เพื่อผลิตอาหารชั้นดีให้คนไทยทั้งประเทศบริโภค แต่กลับมาเป็นหนี้สูญเสียที่ทำกิน ขาดการส่งเสริม และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดตรงประเด็น ทำให้เกษตรกร รากฐานชาติกำลังเข้าสู่สภาวะอ่อนแอทั้งแผ่นดิน เป็นการเปิดช่องว่างให้ขบวนการจัดหา และซื้อ ขายที่ดินให้กับนายทุนต่างชาติ นายทุนในระดับพื้นที่ และนายทุนใหญ่ระดับประเทศมากว้านซื้อแปลงที่ดินทำกินของเกษตรกรกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ป่าเป็นจำนวนมากอีกด้วย ผลกระทบเกิดขึ้นกับประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ การสูญหายไปของหลักฐานที่แสดงถึงความมั่งคั่งที่บรรพบุรุษได้สะสมไว้ให้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นำไปสู่ ความไม่มั่นคงของครอบครัวเกษตรกร หรืออาจจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าความมั่นคงของเกษตกรอยู่บนการดำเนินงานของ นายทุนไม่กี่กลุ่ม รัฐบาลและผู้มีส่วนรับผิดชอบควรกลับมาทบทวนนโยบายเหล่านี้ก่อนที่จะสายเกินเยียวยา

ถ้าท่านใดเชื่อว่าเนื้อหาของบทความนี้ตรงกับใจของท่าน และคิดว่าภาครัฐ หรือแนวนโยบายของรัฐบาลที่มีแนวโน้มว่าอาจจะกำลังสร้างกลไกการทำงานให้เกิดการบูรณาการศาสตร์ เพื่อร่วมมือกัน แก้ไขปัญหาที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากในขณะนี้ อาจจะต้องมาทบทวนกันใหม่ ถึง วัว ควาย และลิง โดยเฉพาะลิงตัวนี้

ลิงแถว ๆ ชายป่า เคยเห็นชาวบ้านนำแหมาทอดจับปลาที่บึงใหญ่ ก็เข้าใจว่าเป็นวิธีที่จะได้กุ้ง ปลา มากินได้ง่าย ๆ วันหนึ่งชาวบ้านเผลอวางแหไว้ที่ริมบึง เพื่อกลับไปทำธุระที่บ้าน ลิงเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงเข้าไปหยิบเอาแหมา หมายจะจับปลากินบ้าง แต่ด้วยความที่ไม่รู้วิธีใช้แห ประกอบกับมีนิ้วมือ นิ้วเท้า เล็บ ที่เรียวยาวเก้งก้าง แหจึงพันเกี่ยวจนยุ่งเหยิง แก้แกะไม่หลุดแถมเมื่อแกะนิ้วนี้ ยังไม่ทันหลุด แหก็ไปพันเอานิ้วอื่น เท้าอื่น นัวเนียยุ่งเหยิงมากขึ้นทุกที ยิ่งดิ้นยิ่งพันแน่นเข้าจนพันไปทั้งตัวและพลัดตกลงไปในน้ำ จมน้ำตายในที่สุด

ความเป็นไปในโลกปัจจุบัน เป็นโลกแห่งลิขสิทธิ์ทางความคิดและสิทธิบัตร การมองเห็น ความคิด ความสำเร็จ และเครื่องมือประกอบการต่างๆ จากทุกแห่งในโลก ที่เห็นว่าดี น่าเลื่อมใส และอยากจะนำมาใช้กับตนอง พวกพ้อง หรือชุมชน จะต้องคิดให้หนักๆ ถึงตัวแปรทาง สิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ รวมถึงลักษณะภูมิสังคมด้วย ดังนั้นการที่จะนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้งานให้ได้ผลจริง อย่างไปตั้งหลักกับสิ่งที่จะนำมาใช้งาน หากแต่ควรจะต้องเข้าใจให้ลึกซึ้งเสียก่อนว่าพื้นที่รองรับสิ่งที่จะนำมาให้ใช้นั้น มีความลึกซึ้งละเอียดอ่อนอย่างไร ไม่ควรไปพิจารณาในมุมของความดีงาม ประโยชน์ ต้นทุน และผลสำเร็จที่สิ่งนั้นประสบมา ทุกพื้นที่ของโลกใบนี้มีความสลับซับซ้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกำหนดนโยบายให้ผู้นำชุมชน ทั้งฝ่ายท้องถิ่น และท้องที่พิจารณาบริบทของชุมชนตัวเองตามแนวคิดแห่ง 360 องศาปัจจัยก่อน จะเป็นการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่เหมาะสมกับการหลีกหนี วัว ควาย และลิง และแนวคิดดังกล่าวต้องอยู่ในสภาวะผู้นำทุกองค์กรทุกระดับ

การหาทางสนับสนุนทรัพยากรมนุษย์ในระดับหมู่บ้านให้เกิดปัญญา แล้วกลับมาสร้างมูลค่าในบริบทเฉพาะแห่งของชุมชน ในทุกส่วนของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในตอนนี้ การสนับสนุนให้เกิดธุรกิจทางปัญญา เพื่อนำไปสู่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ ต้นแบบของชุมชน พร้อมๆไปกับการส่งเสริมให้เกิดการสร้างธุรกิจเพื่อการอนุรักษ์ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นฐานในการดำรงอยู่ และพัฒนาการจนกลายเป็นชุมชนที่สืบทอด ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นควรส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์ ศิลปะประยุกต์สาขาต่างๆ การส่งเสริมให้เกิดแบรนด์ชุมชนไทยแนวใหม่ ส่งเสริมให้คนไทยรุ่นใหม่คิดเอง ด้วยการวิจัยและพัฒนาไปพร้อมกัน ลดการลอกเลียนแบบ สนับสนุนส่งเสริมให้เกิดคนไทยวิเคราะห์ต้นทุนด้านฐานทรัพยากรท้องถิ่นรอบตัวมาร่วมกับความคิดที่พัฒนาขึ้น แล้วนำคนหัวกระทิเหล่านี้เข้าสู่ระบบการฟื้นฟูพื้นฐานชุมชนของตน ยังไม่ต้องไปคิดไกลถึงการแก้ไปปัญหาระดับประเทศ การสร้างรากฐานการเติบโตที่ชุมชน ในระยะสั้นอาจจะไม่มีกำไรให้กับประเทศมากมายนัก แต่จะเป็นการส่งเสริมให้ช่วยกันทำให้ชุมชนแต่ละห่งเอาตัวรอดให้ได้ท่ามกลางสภาวการณ์ที่กล่าวไว้ในตอนต้น เพราะฉะนั้นการ ส่งเสริมคุณภาพคนในระดับชุมชน คือ รากฐานที่ดีกว่าการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่ลงมือทำไปแล้ว จะเกิดเพียงแค่การพัฒนา คุณภาพของ วัว ควาย และลิง เพราะว่าสัตว์ทั้ง 3 ตัวนี้ในคำพังเพยของคนไทยโบราณเปรียบเปรยไว้ว่า มีแต่จะทำลาย กินพืช และขโมยสิ่งของผู้อื่นไปใช้ประโยชน์ และเป็นต้นเหตุของปัญหา คนในชุมชนทุกคนต้องช่วยกันระวัง

หมายเหตุเรียบเรียง และรวบรวมความคิดมาจากการอ่านความคิดผู้คนจาก Google

EN Webmaster