สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 22 สิงหาคม 2563

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศ เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลำปาง ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จังหวัดแพร่ แนวโน้มน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าระดับน้ำจะกลับสู่ระดับตลิ่งประมาณช่วงเช้าของวันที่ 23 สิงหาคม 2563 ส่วนที่จังหวัดน่าน ฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำธรรมชาติมีระดับสูงขึ้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ต่างๆ เกิดดินสไลด์ปิดทับผิวทางจราจร เส้นทางหมายเลข 1018 – 0103 สายบ่อเกลือ – เฉลิมเกียรติ (บริเวณกม.112+350 – 112+975) ทำให้การจราจรไม่สามารถผ่านได้ เกิดน้ำล้นตลิ่งจากลำน้ำมวบเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้านน้ำมวบ หมู่ที่ 1 บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย หลานครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ขณะที่ระดับน้ำตามสถานีต่างๆ ได้ อาทิ สถานีวัดน้ำท่า N.1 อำเภอเมืองน่าน มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนที่สถานีวัดน้ำท่า N.13A ส่วนที่อำเภอเวียงสา มีแนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยังตอนบนของจังหวัดกาฬสินธุ์ และลุ่มน้ำยังตอนล่างของจังหวัดร้อยเอ็ด ส่งผลให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำยังตอนล่างเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขต อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด รวม 7 ตำบล พื้นที่ 9,910 ไร่ ประกอบด้วย ตำบลบึงเกลือ ตำบลภูเงิน ตำบลวังหลวง ตำบลขวาว ตำบลเหล่าน้อย ตำบลเมืองไพร และ ตำบลศรีวิลัย ซึ่งโครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้บริหารจัดการลุ่มน้ำยัง โดยใช้ประตูระบายน้ำที่กระจายอยู่ในลำน้ำยัง ช่วยตัดยอดปริมาณน้ำได้สูงสุดรวม 40 ลบ.ม./วินาที อีกทั้งยังสามารถนำเข้าไปเก็บสำรองไว้ในแก้มลิง 3 แห่ง ได้แก่ แก้มลิงบึงบ่อแก แก้มลิงบึงเกลือและแก้มลิงกุดปลาคูณ พร้อมทั้งเรียงหินป้องกันการกัดเซาะจากการตัดยอดน้ำด้านท้ายน้ำอีกด้วย

ด้านจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมมีแนวโน้มทรงตัว คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วันนี้

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 21 สิงหาคม 2563

วันที่ 21 สิงหาคม 2563 ที่โรงแรมเดอะมาเจสติสกลนคร (M.J.) อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติชุมชนในการร่วมกันดำเนินโครงการชุมชนไม้มีค่า-ป่าครอบครัว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ให้กับประเทศไทย ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของรัฐบาล ด้านที่ 5 คือการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยได้กำหนดเป้าหมายพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียว ไม่น้อยกว่าร้อยละ 55 หรือประมาณ 176.5 ล้านไร่ ของประเทศไทย พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนปลูกไม้เศรษฐกิจในที่ดินกรรมสิทธิ์ หรือที่ดินที่มีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยมีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการพัฒนา

            นายธเนศพล ธนบุณยวัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและวิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO เป็นหน่วยดำเนินการในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ อย่างคำนึงถึงการบริการระบบนิเวศ โดยมุ่งเน้นการปลูกไม้ในลักษณะผสมผสานและอิงตามระบบนิเวศ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดย BEDO จะเน้นขยายผลของประโยชน์อย่างที่ 4 ได้แก่ การอนุรักษ์ดิน น้ำ และระบบนิเวศ ซึ่งได้พัฒนา Model การคำนวณและประเมินเป็นมูลค่าที่เกิดจากการใช้และการดำรงคงอยู่ของพื้นที่สีเขียว หรือที่เราเรียกกันว่า มูลค่าที่เกิดจากบริการของระบบนิเวศ เพื่อแสดงความเป็นรูปธรรมในการดำเนินการ

            ที่ผ่านมา สพภ. ได้ดำเนินกิจกรรมพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ โดยใช้ไม้มีค่า-ป่าครอบครัว เป็นกลไกในการขับเคลื่อน โดยมีชุมชนท้องถิ่นร่วมดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำนวน 457 ราย มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 4,772 ไร่ 2 งาน 45 ตารางวา สามารถจำแนกตามพื้นที่การปกครองเป็น 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสกลนคร และจังหวัดกาฬสินธุ์ รายระเอียดดังนี้

            1) จังหวัดสกลนคร มีพื้นที่ดำเนินการ 3,050 ไร่ 41 งาน 386 ตารางวา จาก 22 ตำบล 11 อำเภอ จำนวนสมาชิก 245 ราย

            2) จังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่ดำเนินการ 1,722 ไร่ 23 งาน 787 ตารางวา จาก 16 ตำบล 7 อำเภอ จำนวนสมาชิก 212 ราย

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 20 สิงหาคม 2563

            วันนี้ (20 สิงหาคม 2563) เวลา 09.30 น. ณ โครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่จัดกิจกรรม OSR “ผู้ตรวจการแผ่นดิน เราทำความดีด้วยหัวใจ” (Ombudsman Social Responsibility) โครงการอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อการพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ป่าชายหาด ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่มีชีวิต ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันทรงคุณค่าของประเทศไทย โดยคณะทั้งหมดได้ศึกษาถึงที่มาและความสำคัญของพื้นที่ และร่วมกันปลูกต้นโปรงแดงในป่าชายเลน (โซนแห้ง) เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศบริเวณชายฝั่งและบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งช่วยส่งเสริมแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและปราการป้องกันภัยธรรมชาติให้ยั่งยืนอีกด้วย 

            พลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ทุกวันนี้เราต้องเผชิญปัญหาสภาวะสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำเสียจากขยะและโรงงานอุตสาหกรรม ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าแหล่งต้นน้ำ ซึ่งที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมักได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับผลกระทบอันเกิดจากปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีแนวคิดในการพัฒนาและกระตุ้นจิตสำนึกและความใส่ใจในการแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีกำลังหลักเป็นคนรุ่นใหม่ ได้เรียนรู้และมีมุมมองในการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลึกและกว้างมากยิ่งขึ้น สามารถเป็นต้นแบบในฐานะที่เป็นหน่วยงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนได้ รวมทั้งร่วมกันสืบสานแนวทางพระราชดำริในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป 

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 19 สิงหาคม 2563

นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า ได้จัดทำแผนเสนอของบประมาณสำหรับการติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมกรณีเกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในช่วงฤดูฝนเพิ่มเติมอีก 200 สถานีจากที่มีอยู่เดิม 1,547 แห่ง ซึ่งการจัดตั้งสถานีเตือนภัยจะแจ้งเตือนผ่านระบบออนไลน์มายังกรมทรัพยากรน้ำเพื่อใช้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพื่อลดความสูญเสียโดยวัดจากปริมาณฝน ความชื้นของดินคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้ 

และจากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานการทำงานทั้งด้านการเติมน้ำในเขื่อน การจัดทำแก้มลิงในพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อเก็บน้ำฝน รวมถึงการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 20 ล้านไร่ และมีพื้นที่ชุ่มน้ำรอการฟื้นฟูประมาณ 1.5 ล้านไร่ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายจะดำเนินการฟื้นฟูให้ได้ประมาณ 6 พันไร่  

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 18 สิงหาคม 2563

                  นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำ ได้ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) วางแผนบริหารจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ ด้วยการนำพื้นที่ที่เป็นบึงและหนองน้ำสาธารณะขณะนี้อยู่ระหว่างวางรูปแบบเพื่อเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำกว่า 19,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำมีความสำคัญกับระบบนิเวศของไทยอย่างมาก ทั้งคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพด้านระบบนิเวศ และคุณค่าของการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ เช่น บึงสีไฟ บึงบอระเพ็ด ทะเลน้อย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่ามีพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ถึง 1.5 ล้านไร่ ระหว่างนี้กำลังเร่งสำรวจและศึกษาแนวทางจะทำอย่างไรให้พื้นที่ดังกล่าวมีความสมบูรณ์และยั่งยืน เช่น สัตว์ชนิดต่างๆต้องอยู่ได้ คนต้องได้ประโยชน์จากการใช้ได้และเป็นที่กักเก็บน้ำ และบางพื้นที่อาจพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติได้ด้วย ทั้งนี้ หากบริหารจัดการพื้นที่ได้สมบูรณ์จะช่วยเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำของประเทศได้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 20 ล้านไร่

                   อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวย้ำว่า เบื้องต้นต้องเข้าไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของชาวบ้านในพื้นที่ด้วยการปรับเปลี่ยนพันธุ์ไม้ใหม่จากเดิมมีการปลูกข้าวโพดมาเป็นพันธุ์ไม้ชนิดอื่นๆแทน หรือการปรับเปลี่ยนการปลูกจากพืชเชิงเดี่ยวเป็นไม้ผล หรือไม้ยืนต้น หรือไม้เศรษฐกิจ หรือปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง โดยรายรับของชาวบ้านต้องไม่ลดลงและประกอบอาชีพได้ ขณะเดียวกันช่วยแก้ปัญหาภูเขาหัวโล้นกว่า 12 ล้านไร่ ให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ แล้วกลายเป็นที่รองรับน้ำฝนและกักเก็บน้ำส่วนเกินไม่หลากเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนได้ ที่สำคัญน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและอ่างเก็บน้ำมีความสะอาดขึ้นและมีตะกอนน้อยลง เพราะผ่านการรองจากต้นไม้และผืนป่าแล้ว

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 17 สิงหาคม 2563

                นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการครบรอบ 1 ปี การตายของพะยูนมาเรียม ว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ผลักดันมาเรียมโปรเจคท์ เป็นมาสเตอร์แพลนเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายต่างๆในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยนอกจากโครงการ "Everyday Say No To Plastic Bags" รณรงค์ยกเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วเพื่อลดขยะพลาสติกจากต้นทาง และลดขยะทะเลที่เป็นตัวการทำร้ายชีวิตสัตว์ทะเลแล้ว ยังเร่งทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 - 2565) ขึ้นมุ่งเน้นการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน ถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน การสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนพะยูนจาก 250 ตัว เป็น 280 ตัว ภายใน 3 ปีนี้ ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ประชาชนในพื้นที่ชายฝั่ง 24 จังหวัดเท่านั้นที่สามารถช่วยชีวิตพะยูนไทยได้ แต่ประชาชนทุกคนสามารถช่วยกันปรับวิถีชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างขยะพลาสติกให้น้อยลงในแต่ละวัน แล้วยังช่วยลดอัตราการสร้างขยะทะเลและลดอัตราเสี่ยงที่สัตว์ทะเลต้องตายจากการกินขยะพลาสติกอีกจำนวนมาก

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 16 สิงหาคม 2563

          สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี และคณะชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล พบปะประชาชนชาวตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อรับฟังความคิดเห็นในการบริหารจัดการเขตบริหาร ที่ดินทำการเกษตรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง โดยเฉพาะการส่งเสริมการทำเกษตร ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลก้อ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน นายสิทธิกร ฉันทแดนสุวรรณ นักการทูตชำนาญการพิเศษ ช่วยราชการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล และผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ประชาชนชาวตำบลก้อ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการประชาชคมแผนบริหารจัดการเขตบริหารเพื่อการอนุรักษ์ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง โดยมีหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปิง นายกเทศมนตรีตำบลก้อ และประชาชนชาวตำบลก้อ จำนวน 90 คน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น การพัฒนาพื้นที่สำหรับแบ่งจัดสรรสำหรับการทำกิน โดยการทำเกษตรตามแผนนโยบายช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกินและได้อยู่อาศัย หรือทำกินในอุทยานแห่งชาติ

          โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจัดทำโครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์และดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติภายในอุทยานแห่งชาติ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ ซึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีพื้นที่ จำนวน 2,966 ไร่ ตามแนวทางการดูแลรักษา อนุรักษ์ ฟื้นฟู เรียนรู้ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยมีการแบ่งสรรที่ดินทำการเกษตรให้แก่ประชาชนตำบลก้อ ในพื้นที่ 3 หมู่บ้าน จำนวน 2,410 ไร้ แบ่งเป็นบ้านก้อท่า จำนวน 139 ไร่ จำนวน 19 ราย 19 แปลง บ้านก้อทุ่ง เนื้อที่ 213 ไร่ 22 ราย 25 แปลง บ้านก้อจก 2,057 ไร่ 128 ราย 207 แปลง ในการหารือชาวตำบลก้อ ในเสนอแนวทางการใช้ประโยชน์ อาทิ การรวมกลุ่ม ทำการเกษตรปลูกพืชหมุนเวียน (ผักสวนครัว มะเขือเทศ ฟักทอง) การเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจ (การเลี้ยงโค) การเพิ่มแหล่งน้ำ (สระน้ำขนาดเล็ก) และการสนับสนุนไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์สำหรับการทำเกษตร ซึ่งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล จะจัดทำประชาคม เพื่อรวบรวมข้อสรุป ข้อเสนอแนะของประชาชน ไปยังจังหวัดลำพูน เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ต่อไป

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 15 สิงหาคม 2563

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ถึงปัจจุบัน (15 สิงหาคม 2563) ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ในพื้นที่ 8 จังหวัด แยกเป็น น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และน่าน เลย อุดรธานี ปราจีน จันทบุรี และตราด ดินสไลด์ในพื้นที่ 1 จังหวัด ได้แก่ น่าน รวม 14 อำเภอ 33 ตำบล 163 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 858 ครัวเรือน 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเจ้าหน้าที่พร้อมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เครื่องสูบน้ำและยานพาหนะให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่สูงและเร่งระบายน้ำท่วมขัง รวมถึงแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค อีกทั้งจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้โดยด่วนทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 14 สิงหาคม 2563

ที่บริเวณฌาปนสถาน (เมรุ) บ้านโนนเปือย-โนนโพธิ์ (สำนักสงฆ์วัดป่าโพธิ์ทอง) ตำบลโพนโก อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านโนนเปือย-โนนโพธิ์ จิตอาสา คณะครู-นักเรียนโรงเรียนบ้านโนนเปือย กว่า 100 คน นำโดย นายบุญยิ่ง บุญบำรุง กำนันตำบลโพนโก ร่วมกันปลูกป่ากว่า 500 ต้น เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2563 วันแม่แห่งชาติ

            ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้คือบริเวณป่าช้าเก่า ชาวบ้านได้สร้างฌาปนสถานหลังใหม่ขึ้นมา แต่โดยรอบบริเวณยังไม่มีต้นไม้ ขาดความร่มรื่น ดังนั้นเพื่อให้มีต้นไม้ ให้มีร่มเงา ให้เกิดความร่มรื่น ชาวบ้านจึงร่วมกันปลูกป่าต้นไม้ดังกล่าว ในโอกาสมหามงคล ร่วมแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ปลูกฝังการรักษาป่าให้กับเยาวชน เพิ่มพื้นที่ป่าที่ยั่งยืนอยู่คู่ชุมชน และให้บริเวณฌาปนสถาน มีร่มเงาของต้นไม้เป็นที่พักอาศัย หลบแดด ของชาวบ้านในการประกอบพิธีฌาปนกิจ หรือกิจกรรมอื่นๆ ต่อไป

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 13 สิงหาคม 2563

ที่มา: https://www.innnews.co.th/regional-news/news_745230/

นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผอ. เขื่อนวชิราลงกรณ์ อ. ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ภัยแล้งเนื่องจากฝนตกทิ้งช่วงมานานกว่า ๓ เดือน ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ลดลง ปริมาณน้ำบริเวณท้ายเขื่อนพื้นที่ อ. สังขละบุรีเริ่มแห้งขอด บ้านเรือนประชาชนที่เป็นแพพัก รวมทั้งแพที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มเกยตื้นขึ้นไปอยู่บนบก ทั้งนี้ จากข้อมูลของเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำที่ ๓,๗๖๘.๑๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำกักเก็บสูงสุด ๘,๘๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๔๒.๕๓ ปริมาณน้ำใช้งานได้ ๗๕๓.๘๗ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๑๒.๘๙ สามารถรองรับน้ำได้อีก ๕,๐๙๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร

จากการเปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ปริมาณฝนที่จะตกลงมาบริเวณเหนือเขื่อน (พื้นที่ อ. สังขละบุรี และบางส่วนของ อ. ทองผาภูมิ) เป็นพื้นที่เหนือเขื่อน เดือน ส.ค. – ก.ย. จากสถิติที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่ฝนตกในพื้นที่เหนือเขื่อนมาก ซึ่งหากมีมรสุมเข้ามาในห้วงเวลาดังกล่าวก็จะส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อนปีนี้ แต่หากไม่มีทุกภาคส่วนคงต้องให้ความร่วมมือกันในการใช้น้ำอย่างประหยัด ทั้งภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคเกษตรกรรม เตือนเกษตรกรต้องมีการวางแผนในการเพาะปลูก เพื่อลดความเสียหาย โดยการหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย อายุสั้น ขายได้ราคา

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 12 สิงหาคม 2563

ที่มา : https://tna.mcot.net/region-499828

ชาวดอนหอยหลอด ต.บางจะเกร็ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม จัดกิจกรรมทิ้งโอ่งกลางทะเล เปลี่ยนบ้านยุงให้เป็นบ้านปลา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ และสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหารในอนาคต โดยนำโอ่งหรือตุ่มขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือมีน้ำขัง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายต้นเหตุของไข้เลือดออก มาทุบให้เป็นรู แล้วขนย้ายลงเรือล่องไปกลางทะเลกว่า 5 กิโลเมตร ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง เมื่อถึงเป้าหมายจึงทิ้งโอ่งลงทะเล เพื่อเป็นปะการังเทียม เพิ่มที่อยู่อาศัยให้ปลาและสัตว์น้ำนานาชนิด ขณะเดียวกันก็ช่วยลดภาระงานให้ อสม. ไม่ต้องลำบากปีนโอ่งโยนทรายอะเบทกำจัดลูกน้ำยุงลายให้ชาวบ้านเหมือนที่ผ่านมา