สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 15 ตุลาคม 2563

คณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ กำชับเร่งสำรวจปริมาณขยะพลาสติกภายในประเทศจำเป็นต้องนำขยะเข้าหรือไม่ภายใน 60 วัน เพื่อป้องกันประเทศไทยเป็นต้องถังขยะของโลก

           นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 3 ยังคงให้มุ่งเน้นการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรินิกส์ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปประธรรม จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเร่งสำรวจปริมาณขยะพลาสติกภายในประเทศมีความจำเป็นต้องนำขยะเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ หากต้องนำเข้าจะอยู่ในปริมาณที่ควบคุมได้ แล้วขยายผลสู่การห้ามนำเข้าขยะแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม โดยคณะทำงานชุดนี้จะใช้เวลาสำรวจไม่เกิน 60 วัน แล้วนำข้อมูลมาเสนออีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ ยังให้กรมศุลกากรศึกษากฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการตรวจยึดขยะที่มีผู้ลักลอบนำเข้า เพื่อเร่งแก้กฎระเบียบนั้นให้สามารถผลักดันขยะคืนสู่ประเทศต้นทางได้โดยเร็ว และจากนี้การพัฒนาเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก ซึ่งต้องพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะของโลกในอนาคต รวมทั้ง เพิ่มความเข้มงวดการตรวจจับการลักลอบนำเขาขยะผิดกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขอนามัยของประชาชนด้วย

            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวย้ำว่า ปัญหาขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์คงไม่สามารถแก้ได้ด้วยใครเพียงคนใดคนหนึ่งแต่ขึ้นอยู่กับทุกคน ทำให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนหันมาช่วยกันคัดแยกขยะตั้งแต่ครัวเรือน เพื่อให้การรีไซเคิลทำได้โดยง่ายขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยไม่ต้องนำเข้าขยะอีกต่อไป ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 14 ตุลาคม 2563

กรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยัน พายุโซนร้อนนังกา ไม่เคลื่อนเข้ามาในประเทศอย่างแน่นอน ขณะที่ สภาพอากาศภายในประเทศยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและตกหนักบางแห่ง

นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยถึงสภาพอากาศของประเทศไทยวันนี้ (14 ต.ค.63) ว่า ภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ พายุโซนร้อน “นังกา” ขณะนี้อยู่ที่บริเวณอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนวันนี้ ทำให้ลักษณะอากาศของประเทศไทยได้รับอิทธิพล โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 ของพื้นที่ ในช่วง 2 วันนี้ ส่วนภาคกลาง ปริมาณฝนร้อยละ 40 ภาคภาคตะวันออก ปริมาณฝนร้อยละ 60 และภาคใต้ ปริมาณฝนร้อยละ 70 ของพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยืนยันว่า พายุโซนร้อนนังกา จะไม่เข้ามาในประเทศไทยอย่างแน่นอน คาดว่าหลังจากที่เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนแล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเท่านั้น

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 13 ตุลาคม 2563

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมเสนออุทยานแห่งชาติเขาสกให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ โดยต้องใช้เกณฑ์พิจารณา 10 ข้อ ถึงจะได้รับการปกป้องดูแลรักษาให้คงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์

           นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เร่งทำความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน กรณีข้อดีการเสนออุทยานแห่งชาติเขาสกให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน เบื้องต้นอยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน เนื่องจากอุทยานแห่งชาติเขาสกเป็นหนึ่งในอุทยานที่มีความสวยงามโดดเด่น เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของฝั่งอ่าวไทยและอันดามันที่แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนกว่า 300,000 คน แล้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สิ่งสำคัญสภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม โดยเฉพาะเขื่อนรัชชประภา จนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 8 อุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดในโลก จากโว๊ค (Vogue) นิตยสารชื่อดังระดับโลก ดังนั้น การนำเสนออุทยาแห่งชาติเขาสกให้เป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียนจะเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยและอาเซียน เพราะจะมีพื้นที่กว่า 738.74 ตารางกิโลเมตรที่ได้รับการปกป้องดูแลรักษาให้คงความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ และเป็นประโยชน์เกื้อกูลประชากรของประเทศไทย ภูมิภาคอาเซียน และของโลกในอนาคต

            สำหรับเกณฑ์การพิจารณานำเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาสกเป็นอุทยานมรดกแห่งอาเซียน ประกอบด้วย 10 เกณฑ์ คือ ความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ // ความเป็นตัวแทนของภูมิภาค // ความเป็นธรรมชาติ // มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์อย่างสูง // พื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย // แผนการบริหารจัดการที่ได้รับการเห็นชอบ // ลักษณะการเชื่อมต่อข้ามพรมแดน // ความเป็นเอกลักษณ์ // ความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างชนชั้นเมืองและระบบนิเวศ และสุดท้าย ความสำคัญด้านความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่มีค่า หายาก และใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียนมีอุทยานมรดกแห่งอาเซียน 49 แห่ง เป็นของไทย 6 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ // อุทยานแห่งชาติตะรุเตา // กลุ่มอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ –  หมู่เกาะสิมิลัน – อ่าวพังงา // กลุ่มป่าแก่งกระจาน // อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม-เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง

           ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า อุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เดินหน้าบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติใน 4 ด้าน คือ ด้านการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ // ด้านการท่องเที่ยวและนันทนาการ // ด้านการศึกษาวิจัย และด้านการบูรณาการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยจากการพัฒนาในทุกด้านปัจจุบันพบสถิติคดีการทำลายทรัพยากรธรรมชาติลดลง เพราะความเข้มงวดของการลาดตระเวน สถิติเงินรายได้และนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี ผลการศึกษาวิจัยต่างที่ได้ร่วมกับสถานศึกษา การจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ และอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่มีภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเข้ามามีบทบาทจัดการอุทยานแห่งชาติเขาสกมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกที่อุทยานแห่งชาติเขาสกได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 12 ตุลาคม 2563

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้คณะกรรมการชุดพิเศษสืบข้อเท็จจริงกรณีเก้งเผือกและสวนสัตว์สงขลาสืบหาความจริงให้ถึงที่สุดเพื่อหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายและตอบคำถามสังคม

             นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบแนวทางการสืบสวนสอบสวนให้กับคณะกรรมการชุดพิเศษเข้ามาตรวจสอบกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายและการลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์ ที่มี นายเฉลิมชัย ปาปะทา ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นประธานนัดแรก พร้อมด้วยกรรมการก่อนเริ่มการประชุม ว่า ต้องสืบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อตอบคำถามสังคมให้ได้จะเริ่มที่กรณีสวนสัตว์สงขลาก่อนเป็นอันดับแรก หลังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาครอบคลุมทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายไปและถูกงูเหลือมป่าธรรมชาติกินไปจริงหรือไม่ แล้วงูตัวที่ตายตายเองหรือทำให้ตาย หากมีการแจ้งความแล้วดำเนินคดีไปถึงกระบวนการไหนแล้วอย่างไร เพราะเก้งเผือกอยู่ในความสนใจของสังคม รวมทั้ง ให้สำรวจจำนวนสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ทั้งหมดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีอะไรหายไปอีกหรือไม่ จึงขอให้คณะกรรมการชุดนี้เดินหน้าสืบสวนหาข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด หากพบมีการกระทำผิดจริงหรือมีการทุจริตให้ดำเนินการทางกฎหมายไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งเรื่องการลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์จริงหรือไม่ ต้องสอบให้ถึงต้นต่อ จึงต้องขอให้ทหารและตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ สิ่งสำคัญคณะกรรมการชุดนี้ต้องไม่มีการใช้การกล่าวอ้างโดยไม่มีพยานหลักฐาน แต่ต้องเป็นการพิสูจน์จากข้อเท็จจริงทั้งหมด ใครผิดว่าไปตามผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 11 ตุลาคม 2563

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมขังจากอิทธิพลพายุช่วงวันที่ 11 - 14 ตุลาคม พร้อม เตรียมพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก

                  กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกประกาศเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและน้ำท่วมขัง ฉบับที่ 10 หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์พายุระดับ 3 (โซนร้อน) "หลิ่นฟา" ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามแล้ว คาดจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) และพายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทยและอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ช่วงวันที่ 11 - 14 ตุลาคม เบื้องต้น กอนช. ได้ประเมินสถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ (One Map) พบมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำช่วงวันที่ 11 - 16 ตุลาคม คือ เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี , ภาคตะวันออก บริเวณปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด , ภาคกลาง บริเวณชัยนาท กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ , ภาคใต้ บริเวณระนอง พังงา กระบี่ และตรัง // เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง บริเวณคลองพระสทึง จังหวัดสระแก้ว , แม่น้ำมูล และแม่น้ำลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา , แม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี , แม่น้ำเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี , แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดอ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสภาพอากาศ และสถานการณ์น้ำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง พื้นที่มีน้ำท่วมขังอยู่ หรือเคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก และมีสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ

                ขณะเดียวกันให้ปรับแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำ พร้อมพิจารณาความเหมาะสมการบริหารน้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 90 หรือเกินเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบจนเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำ แล้วเตรียมพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อเป็นแก้มลิงในการหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก ประกอบด้วย ภาคเหนือ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยขอนแก่น อ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง จังหวัดเพชรบูรณ์ // ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง จังหวัดนคราชสีมา อ่างเก็บน้ำห้วยตาจู อ่างเก็บน้ำห้วยติ๊กชู อ่างเก็บน้ำห้วยตามาย อ่างเก็บน้ำห้วยทา จังหวัดศรีสะเกษ และอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์ // ภาคกลาง 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยมะหาด จังหวัดราชบุรี // ภาคตะวันออก 9 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล อ่างเก็บน้ำดอกกราย อ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ จังหวัดระยอง อ่างเก็บน้ำเขาระกำ อ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง อ่างเก็บคลองสะพานหิน อ่างเก็บน้ำคลองโสน จังหวัดตราด และอ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง จังหวัดสระแก้ว โดยให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำและเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 10 ตุลาคม 2563

ไทยประสบความสำเร็จผลักดันการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (AN-IUU)       

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีกับความก้าวหน้าของไทยและภูมิภาคอาเซียนในการจัดตั้งเครือข่ายอาเซียนเพื่อต่อต้านการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ASEAN Network for Combating Illegal Unreported and Unregulated Fishing: AN-IUU)

เพื่อเพิ่มความร่วมมือของภูมิภาคในการแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างทันท่วงทีและความร่วมมือการใช้ข้อมูลจากระบบติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวัง (Monitoring, Control and Surveillance: MCS) เพิ่มขีดความสามารถของประเทศสมาชิกและความสามารถการติดตาม ควบคุมและเฝ้าระวัง และการต่อต้านการทำประมง IUU ผ่านแนวทางปฏิบัติที่ดีในการเผยแพร่ข้อมูล โดยเฉพาะการเฝ้าระวังทางทะเล การสืบสวนสอบสวนและประสบการณ์ของเครือข่าย 

นอกจากนี้ ไทยยังได้รับตำแหน่งผู้ประสานงานเครือข่าย AN-IUU ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับภาคีภายนอก รวมทั้งเป็นเจ้าภาพในการจัดทำ online interactive platform โดยมีกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรือประมงผิดกฎหมายในอาเซียนและการเป็นเจ้าภาพจัด

การประชุมเครือข่าย AN-IUU ครั้งที่ 1 ในเดือนธันวาคม 2563

นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า เครือข่าย AN-IUU ถือเป็นกลไกแรกของอาเซียนในการจัดการปัญหา IUU ซึ่งบทบาทนำของไทยได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิกอาเซียนและข้อริเริ่มดังกล่าวนับเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่สามารถขยายไปสู่ความร่วมมือในประเด็นการแก้ปัญหา IUU ในภูมิภาคได้ 

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 9 ตุลาคม 2563

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผลักดันโครงการ “การปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)” เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูการปลูกป่าบกและป่าชายเลนรวม 26,000 ไร่ สร้างความมั่นคงทางอาหารและสร้างสมดุลธรรมชาติ

               นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานลงนามบันทึกความร่วมมือการปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) สู่การฟื้นฟูป่า ด้วยการอนุรักษ์พื้นฟูป่าตันน้ำลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง อ.พัฒนนิคม จ.ลพบุรี และพื้นที่อ่าวไทย ตัว ก ในพื้นที่เขตห้มลำสัตว์ป่าพันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ระหว่างกรมป่าไม้ , กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช , องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าในโครงการซีพีเอฟ "รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง จังหวัดลพบุรี" ระหว่างปี 2564 – 2568 รวมพื้นที่ 7,000 ไร่ และโครงการซีพีเอฟ "ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน พื้นที่อ่าวไทย ตัว ก. จังหวัดสมุทรสาคร" ระหว่างปี 2562 – 2566 รวมพื้นที่ 14,000 ไร่ พร้อมเพิ่มพื้นที่เขียวในสถานประกอบการของซีพีเอฟอีก 5,000 ไร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ภาพรวมประเทศไทยมีป่าชายเลนเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 ล้านไร่ และป่าเสื่อมโทรมลดลงจาก 1.3 ล้านไร่ เหลือเพียง 1.1 ล้านไร่ ถือเป็นข่าวดีของประเทศจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนช่วยกันปกป้องรักษาดูแล โดยโครงการนี้จะช่วยสนับสนุนแนวทางการพัฒนาประเทศไทยระยะยาวการมีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรการระหว่างประเทศมุ่งสู่การเติบโตด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและภาคประชาชนให้เห็นผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกและเป็นเครือข่ายขับเคลื่อนต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง และพื้นที่อ่าวไทย ตัว ก ของ จะช่วยสนับสนุนงานตามยุทธศาสตร์ชาติ ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมให้เกิดการปลูกต้นไม้ปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ทำให้พื้นที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ สร้างสมดุลธรรมชาติ และช่วยให้ประชาชนมีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์

              ด้าน นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กล่าวว่า CPF ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านมาตรการต่างๆ ตามเป้าหมายความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) ด้วยการส่งเสริมให้ธุรกิจในเครือฯดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยลดปริมาณของเสียจากอาหาร (food waste) เดินหน้าสู่การเป็นองค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutral) ภายในปี 2573 เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในองค์กร ลดการเกิดของเสีย นำมาสู่การเพิ่มมูลค่า การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ที่ผ่านมา CPF ประสบความสำเร็จจากโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ระยะที่ 1 ปลูกป่าบกรวมพื้นที่ 5,971 ไร่ และป่าชายเลน 2,388 ไร่ พร้อมพัฒนาป่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟู สร้างความมั่งคงทางอาหาร สร้างอาชีพและรายได้ที่มั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนต่อไป

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 8 ตุลาคม 2563

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนประชาชนเฝ้าระวังช่วง 2 วันนี้ ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

นางสาวกรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฝ่ายปฏิบัติการ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวลงสู่ชายฝั่งภาคตะวันออกของประเทศไทยแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ ( 9 ต.ค. 63 ) ลักษณะดังกล่าวทำให้ตั้งแต่วันนี้ - 9 ต.ค. 63 ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ปริมาณฝนสูงสุดร้อยละ 70 ของพื้นที่ ประชาชนทุกพื้นที่ควรติดตามสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ขณะเดียวกัน คลื่นลมในทะเลทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 8 - 10 ต.ค. 63 เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวต่อว่า แม้หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นปริมาณฝนจะลดลง แต่ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมและร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอยู่ ทำให้ยังคงมีฝนตกบางพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 7 ตุลาคม 2563

ปภ. ประสาน 34 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก คลื่นลมแรง 7 – 9 ตุลาคมนี้

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า จากการติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบหย่อมความกดออากาศต่ำกำลังแรง บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มทวีกำลังเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามตอนใต้ และจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน ในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ รวมทั้งมรสุมตะวันตกฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางและภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งปริมาณฝนสะสมอาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย ขณะที่คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 – 4 เมตร 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 34 จังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 7 – 9 ตุลาคมนี้ แยกเป็น สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง แบ่งเป็น 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 13 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง 

พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนครนายก

ภาคตะวันออก 7 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ส่วนสถานการณ์คลื่นลมแรง ได้แก่ ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ภาคใต้ 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล รวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเพิ่มการติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนภัยบริเวณชายฝั่งทะเล จัดเตรียมเครื่องมือประจำเรือและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทางน้ำให้พร้อมใช้งาน อีกทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้โดยด่วนทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 6 ตุลาคม 2563

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคนนอก ตรวจสอบกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานหายและการลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์ ขณะที่ผลตรวจซากเก้งเผือกทั้ง 2 ตัว มีความชัดเจน 1 ตัวถูกงูเหลือมป่ากิน ส่วนอีก 1 ตัวรอตรวจรหัสพันธุกรรมซ้ำ

                นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการประชุมเร่งด่วนของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นัดพิเศษหาข้อเท็จจริงกรณีเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จำนวน 2 ตัวหายไปจากสวนสัตว์สงขลาจนเกิดเหตุยิงขึ้น ได้ข้อสรุปข้อเท็จจริงว่าลูกเก้งเผือกที่หายไปจากส่วนจัดแสดงเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 ชื่อ "คุณภูมิ" อายุ 3 เดือน และเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2563 ชื่อ "คุณภาค" อายุ 9 เดือน ถูกงูเหลือมป่าในธรรมชาติกิน พบซากของเก้งเผือกบริเวณแหล่งน้ำจึงผ่าท้องงูพิสูจน์ซาก สามารถยืนยันได้ว่าเป็นลูกเก้งเผือก "คุณภาค" จริง โดยสวนสัตว์สงขลาเป็นพื้นที่พบงูเหลือมตามธรรมชาติค่อนข้างมากปีที่ผ่านมาพบถึง 200 ตัว ขณะที่ซากลูกเก้งเผือกที่พบภายหลัง 2 เดือนหลังคุณภูมิหายถูกนำไปตรวจสอบที่หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ผลที่ออกมายังไม่ชัดเจน จึงจำเป็นส่งตรวจซ้ำอีกครั้งในเชิงลึกระดับจีโนม หรือ การถอดรหัสพันธุกรรม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจะทราบผล

             ส่วนกรณีองค์การสวนสัตว์ฯถูกตั้งข้อสังเกตมีการลักลอบค้าสัตว์ป่าในสวนสัตว์ทั่วประเทศหรือไม่ โดยคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯ จะเสนอให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเก้งเผือกหายและการลักลอบค้าสัตว์ป่าภายในสวนสัตว์ จะเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอกมา 6 คน เมื่อแต่งตั้งแล้วเสร็จจากนั้นจะดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯคนใหม่ต่อไปภายใน 90 วัน

                  ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดองค์การสวนสัตว์ได้ตั้ง นายสมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา กรรมการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย มาทำหน้าที่รักษาราชการแทนผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ พร้อมกล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่าง นายสุริยา แสงพงค์ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ฯ และนายสัตวแพทย์ภูวดล สุวรรณะ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์วิจัยและสุขภาพสัตว์ เกิดจากการสื่อสารที่เข้าใจผิดและล่าช้า เนื่องจากไม่ได้รายงานผลพิสูจน์ซากเก้งคุณภูมิในทันที เพราะเห็นว่าสามารถรายงานตามระบบรอบเดือนได้ และช่วงนั้นเป็นการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายซากสัตว์ระหว่างพื้นที่ได้ รวมทั้ง ตัวคำสั่งสับเปลี่ยนตำแหน่งออกนอกพื้นที่ทำให้ผู้ก่อเหตุเข้าใจผิดเพราะมีความเครียดสะสมอยู่เดิมเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวจึงก่อเหตุรุนแรงขึ้น ส่วนการดำเนินคดีและตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุอยู่ในกระบวนการของตำรวจ ส่วนเก้งเผือกที่เหลือคือคุณมูมู่ จะเพิ่มความเข้มงวดและปรับปรุงกรงเลี้ยงให้รัดกุมมากขึ้นป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 5 ตุลาคม 2563

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เตรียมเดินหน้าแผนป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงปลายปีนี้ โดยปี 2565 วางแผนติดตั้งเครื่องตรวจวัดค่าฝุ่นละออง  PM 2.5 ให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ

            นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวถึงแผนการเตรียมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ  PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องต้นปีหน้า ว่า ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้รู้ว่าการมีฝุ่นละอองนั้นเกิดขึ้นจากอะไร เข้าใจถึงระบบการแจ้งเตือน และมาตรฐานค่าฝุ่นละอองให้มากขึ้น โดยกรมควบคุมมลพิษจะทำหน้าที่แจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองและหมอกควันด้วยการดูแลตนเอง โดยต้องยึดการดูข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่น Air4Thai” ที่จะรายงานค่าฝุ่นละอองได้รับการตรวจวัดของ คพ.และมีมาตรฐานระดับสากล เพราะมีการติดตั้งตรวจวัดค่าฝุ่นละอองไว้ 65 เครื่อง กระจายอยู่ใน 37 จังหวัด และเตรียมจะติดตั้งให้ครบทุกจังหวัดภายในปี 2565 ทั้งนี้ คพ.จะทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้กับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่จะต้องบังคับใช้กฎหมาย เพื่อนำไปใช้ควบคุมการปล่อยฝุ่นละอองและการบังคับใช้กฎหมายตามความเหมาะสมจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการสื่อสารแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจัดตั้งขึ้น เพื่อมีเอกภาพจัดการและแก้ปัญหาฝุ่นละอองอย่างเต็มประสิทธิภาพ

                อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันยังพบฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเกิดจากท่อไอเสียรถยนต์สูงถึงประมาณร้อยละ 70 และอีกร้อยละ 30 เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเผาในที่โล่ง การปล่อยมลพิษจากโรงงาน และกิจกรรมตามโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ทั้งนี้ คพ.ตั้งเป้าให้ประเทศไทยยกระดับรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 ให้ได้ในปี 2567 ซึ่งรถยนต์รุ่นใหม่ที่ผลิตออกมาต้องได้รับการรับรองและผ่านมาตรฐานยูโร 5 เพื่อลดการปลดปล่อยมลภาวะทางอากาศ