สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 15 กันยายน 2563

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชื่นชมระบบการบริหารจัดการและบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีประสิทธิภาพ โดยนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์และลดการระบายออกสู่ภายนอก                                     

                นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และคณะเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ ได้ลงพื้นที่ติดตามการบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและการพัฒนาด้านการจัดการน้ำเสียของโรงพยาบาล เพื่อยกระดับการจัดการน้ำเสียให้ดีขึ้นและเกิดผลยั่งยืน ถือเป็นหน่วยงานแบบอย่างที่ดีและเป็นต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสียให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานอื่นๆในอนาคต โดย ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีน้ำเสียจากอาคารต่างๆของโรงพยาบาลประมาณ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีระบบบำบัดน้ำเสียแบบเอสบีอาร์ 1 ชุด ขนาด 4,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สามารถรับน้ำเสียจากทุกอาคารของโรงพยาบาล จากวิทยาลัยแพทย์พระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก และร้านค้าสวัสดิการต่างๆมาบำบัดร่วมด้วย โดยมีศูนย์บริหารสิ่งแวดล้อมและงานอาชีวอนามัยเป็นผู้ดูแลภาพรวม ซึ่งน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดได้มาตรฐานแล้ว แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ปล่อยลงคลองพญาไทที่เป็นคลองปิด เพื่อนำไปใช้รดน้ำต้นไม้และสนามหญ้าภายในโรงพยาบาล // ส่วนที่ 2 ปล่อยลงคลองสามเสนบริเวณด้านหลังโรงพยาบาล และส่วนที่ 3 สูบใส่ในถังพักน้ำเพื่อนำไปล้างเศษขยะและพื้นห้องขยะ มีการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียอย่างสม่ำเสมอและตรวจสอบน้ำทิ้งเดือนละ 1 ครั้ง พบมีค่าเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานต่อเนื่อง ส่วนผลการตรวจสอบน้ำทิ้งของ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พบมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด                                        

                ด้าน พลตรีสุพัษชัย เมฆะสุวรรณดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าให้ความสำคัญด้านการจัดการน้ำเสียและการประหยัดน้ำ ด้วยการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ ลดการระบายออกสู่ภายนอก และเน้นพัฒนาส่งเสริมให้ความรู้การบำบัดน้ำเสียกับชุมชนรอบข้างมาต่อเนื่อง ทั้งนี้ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเป็นอีก 1 ใน 197 หน่วยงานที่ได้เข้าร่วมโครงการ “อาคารราชการต้นแบบด้านการจัดการน้ำเสีย” ของกรมควบคุมมลพิษในปีนี้ โดยเน้นความสำคัญพัฒนาด้านการบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาการให้บริการทางการแพทย์ และส่งเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนรอบข้างในการอนุรักษ์คูคลองด้วย