• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
ขับเคลื่อนการจัดการขยะผ้าอนามัย: สู่สุขภาพที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล
Driving Sanitary Waste Management: Towards Sustainable Health and Balanced Environment
แหล่งทุน
โครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยรูปแบบ “Living Lab” มหาวิทยาลัยมหิดล  Sustainable Development Goals (SDGs) Living Lab Funding
ปีที่เริ่มดำเนินการ
2568 - 2569
ส่วนงานหลัก
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
ส่วนงานร่วม

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ผู้ดำเนินการหลัก
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรทยา เริ่มมนตรี
ผู้ดำเนินการร่วม

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์

  • ผศ.ดร. เพียงใจ พีระเกียรติขจร
  • ผศ.ดร.มณฑิรา ยุติธรรม
  • อ.ดร. วิชญา รงค์สยามานนท์
  • รศ.ดร. ณภัสนันท์ พสุการัชต์ชัย
  • อ.ดร.แทนไท ประเสริฐกุล
  • นางภาณี นาคไร่ขิง
  • นายอภิรมย์ อังสุรัตน์
  • นายวรงค์ บุญเชิดชู
  • นางสาวเสริมนิจ ศิรินคร
  • นางสาวสมฤดี ขาวล้ำเลิศ
  • นางมณีพร คุ้มกัน
  • นางสาวธันย์ชนก อ่อนละมูล
  • นายวิศรุต เตียเจริญ

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

  • นายชัชชัย เกตุแก้ว
คำอธิบาย

เมื่อขยะผ้าอนามัยไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่คือความท้าทายด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โครงการนี้จึงเปลี่ยนปัญหาที่ถูกมองข้ามให้กลายเป็นต้นแบบนวัตกรรม การเรียนรู้ และการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน

เนื้อหา MU-SDGs Case Study

ความสำคัญและวัตถุประสงค์โครงการ

ขยะผ้าอนามัยเป็นหนึ่งในขยะสุขอนามัยที่เกิดขึ้นทุกวันจากการดำรงชีวิตของผู้หญิง แต่กลับเป็นประเด็นที่มักถูกมองข้ามในระบบการจัดการขยะของสังคม ทั้งที่ขยะประเภทนี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการขยะ เนื่องจากอาจปนเปื้อนเชื้อโรคและสารคัดหลั่ง อีกทั้งยังประกอบด้วยวัสดุสังเคราะห์และพลาสติกที่ใช้เวลาย่อยสลายนาน ส่งผลกระทบต่อระบบจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

 

จากความตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้พัฒนาโครงการ “ขับเคลื่อนการจัดการขยะผ้าอนามัย: สู่สุขภาพที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล” ภายใต้แนวคิด Living Lab หรือห้องปฏิบัติการมีชีวิต เพื่อเปลี่ยนพื้นที่จริงให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ ทดลอง และร่วมพัฒนานวัตกรรมในการจัดการขยะผ้าอนามัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยก ณ แหล่งกำเนิด การรวบรวม การจัดการอย่างถูกสุขลักษณะ การสร้างความตระหนักรู้ และการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถขยายผลสู่ระดับองค์กร ชุมชน และสังคมได้ในอนาคต

 

โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาต้นแบบระบบการจัดการขยะผ้าอนามัยที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ส่งเสริมความรู้และพฤติกรรมการคัดแยกขยะสุขอนามัยที่ถูกต้อง พัฒนานวัตกรรมสนับสนุนการจัดการขยะสุขอนามัย สร้างพื้นที่เรียนรู้ด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลักดันแนวทางเชิงนโยบายเพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะผ้าอนามัยในสถาบันการศึกษาและพื้นที่สาธารณะ

 

การดำเนินการและผลการดำเนินงาน

โครงการได้พัฒนาพื้นที่ต้นแบบด้านการจัดการขยะผ้าอนามัยภายในคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ โดยเริ่มจากการสำรวจสถานการณ์และศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้งานห้องน้ำหญิง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และออกแบบระบบการจัดการขยะที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริง

 

มีการติดตั้งถังขยะผ้าอนามัยเฉพาะ (ถังขยะสีแดง) พร้อมสื่อประชาสัมพันธ์และแนวทางการทิ้งที่ถูกสุขลักษณะในพื้นที่นำร่อง เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ลดการปะปนกับขยะทั่วไป และเพิ่มความปลอดภัยในการจัดการขยะสุขอนามัย นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ การประกวดสื่อสร้างสรรค์ นิทรรศการ และเวทีเสวนาวิชาการ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของนักศึกษา บุคลากร และภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน

 

โครงการยังส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขอนามัยทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผ้าอนามัยแบบซักใช้ซ้ำ (Reusable Cloth Pads) และถ้วยอนามัย (Menstrual Cup) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เข้าถึงข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายในการดูแลสุขอนามัยประจำเดือนอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นการสนับสนุนทั้งสุขภาวะ ความเท่าเทียมทางเพศ และการบริโภคที่รับผิดชอบ

 

 

อีกหนึ่งผลสำเร็จสำคัญคือการพัฒนานวัตกรรม “ถังขยะผ้าอนามัยอัจฉริยะ” ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Titanium Dioxide (TiO₂) ร่วมกับกระบวนการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง UV เพื่อช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อโรค โดยผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการพบว่าสามารถลดสารก่อกลิ่นได้มากกว่าร้อยละ 98 ภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง

 

นอกจากการพัฒนาระบบและนวัตกรรมแล้ว โครงการยังได้จัดทำชุดองค์ความรู้และคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการขยายผล ประกอบด้วย “คู่มือการจัดการขยะผ้าอนามัยสำหรับประชาชนทั่วไป” เพื่อสร้างความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกและกำจัดขยะผ้าอนามัยอย่างถูกวิธี “คู่มือการจัดการขยะผ้าอนามัยสำหรับแม่บ้านและเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และ “คู่มือการใช้งานถังขยะผ้าอนามัยอัจฉริยะ” เพื่อเป็นแนวทางในการใช้งานและการดูแลรักษาระบบนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ใช้งานมีความรู้และความตระหนักด้านการจัดการขยะสุขอนามัยเพิ่มขึ้น มีการคัดแยกขยะได้ถูกต้องมากขึ้น ลดการทิ้งปะปนกับขยะทั่วไป ส่งผลให้ระบบจัดการขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และยกระดับสุขอนามัยของพื้นที่ส่วนรวม

 

การนำไปใช้ประโยชน์

1. การใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ

องค์ความรู้และข้อมูลจากโครงการถูกนำไปใช้เป็นกรณีศึกษาในการเรียนการสอนด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม สุขภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงใช้ประกอบโครงงานนักศึกษา งานวิจัย และกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Living Lab นอกจากนี้ ยังได้จัดทำคู่มือ 3 ฉบับ ได้แก่ คู่มือการจัดการขยะผ้าอนามัยสำหรับประชาชนทั่วไป คู่มือสำหรับแม่บ้านและเจ้าหน้าที่ทำความสะอาด และคู่มือการใช้งานถังขยะผ้าอนามัยอัจฉริยะ เพื่อใช้ในการเรียนรู้ ฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้สนใจ ตลอดจนเผยแพร่ผลการดำเนินงานในเวทีวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

 

2. การใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย

โครงการได้ยกระดับประเด็น “ขยะผ้าอนามัย” สู่การเป็นวาระด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหาร หน่วยงานสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการคัดแยกขยะผ้าอนามัย การจัดให้มีถังขยะเฉพาะในอาคารสาธารณะ และการพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะสุขอนามัยอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการผลักดันแนวคิด “Green Menstruation Campus” เป็นต้นแบบสถาบันการศึกษาที่ส่งเสริมสุขภาวะและความยั่งยืน

 

3. การใช้ประโยชน์เชิงชุมชนและสาธารณประโยชน์

องค์ความรู้จากโครงการได้รับการเผยแพร่ผ่านกิจกรรมรณรงค์ นิทรรศการ เวทีเสวนา สื่อประชาสัมพันธ์ และช่องทางออนไลน์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชุดคู่มือที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในครัวเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่สาธารณะ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการพัฒนาแนวทางจัดการขยะสุขอนามัยอย่างยั่งยืน

 

4. การใช้ประโยชน์ด้านอื่น ๆ

โครงการได้พัฒนาต้นแบบระบบการจัดการขยะผ้าอนามัยแบบครบวงจรที่สามารถขยายผลสู่มหาวิทยาลัย โรงเรียน โรงพยาบาล และหน่วยงานสาธารณะอื่น ๆ ในอนาคต อันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น

โครงการ “ขับเคลื่อนการจัดการขยะผ้าอนามัย: สู่สุขภาพที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่สมดุล” มีความโดดเด่นจากการเป็นหนึ่งในโครงการต้นแบบที่มุ่งแก้ไขปัญหา “ขยะผ้าอนามัย” ซึ่งเป็นขยะสุขอนามัยที่มักถูกมองข้าม แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานตลอดห่วงโซ่การจัดการขยะ

โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด Living Lab ที่เปลี่ยนพื้นที่จริงให้เป็นห้องปฏิบัติการมีชีวิต เปิดโอกาสให้นักศึกษา บุคลากร ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ร่วมออกแบบ ทดลอง และพัฒนาระบบการจัดการขยะผ้าอนามัยแบบครบวงจร ตั้งแต่การคัดแยก ณ แหล่งกำเนิด การจัดการอย่างถูกสุขลักษณะ การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ ไปจนถึงการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย

ความโดดเด่นอีกประการคือการบูรณาการ นวัตกรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ เข้ากับการแก้ปัญหา ผ่านการพัฒนา “ถังขยะผ้าอนามัยอัจฉริยะ” การจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สุขอนามัยทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ผ้าอนามัยแบบซักใช้ซ้ำและถ้วยอนามัย ด้วยการเชื่อมโยงมิติสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางเพศ และการขับเคลื่อนเชิงนโยบายเข้าด้วยกัน โครงการจึงเป็นมากกว่าการจัดการขยะ แต่เป็นต้นแบบการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่สามารถขยายผลสู่สถาบันการศึกษา ชุมชน และสังคมได้อย่างยั่งยืน

ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก

โครงการสร้างผลกระทบตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับประเทศ ผ่านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การพัฒนานวัตกรรม และการผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการจัดการขยะผ้าอนามัย ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย SDGs และเป็นต้นแบบด้าน Menstrual Health Management ที่สามารถขยายผลได้ในระดับนานาชาติ

SDGs หลัก

SDG 12: Responsible Consumption and Production

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
  • SDG 3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being)
  • SDG 5 ความเท่าเทียมทางเพศ (Gender Equality)
  • SDG 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Partnerships for the Goals)
Key Message

เปลี่ยนขยะผ้าอนามัยที่ถูกมองข้าม ให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน
สร้างต้นแบบการจัดการขยะสุขอนามัยด้วยนวัตกรรม องค์ความรู้ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนสังคมที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย

☑ ยุทธศาสตร์ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional/ Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals

Partners/Stakeholders
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ (เทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล)
  • ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

โรงเรียน สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่สนใจด้านการจัดการขยะผ้าอนามัย

อัลบั้มภาพ
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.