• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตรกรรมในพื้นที่โครงการหลวง
The impact of economic, social, and environmental changes on the use of agricultural land in the Royal Project
แหล่งทุน
มูลนิธิโครงการหลวง
ปีที่เริ่มดำเนินการ
2567 - 2569
ส่วนงานหลัก
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
ส่วนงานร่วม

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้

มูลนิธิโครงการหลวง

ผู้ดำเนินการหลัก
รศ.ดร.สยาม อรุณศรีมรกต
ผู้ดำเนินการร่วม

รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล (ที่ปรึกษา)    

คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผศ.ดร.มุจลินทร์ ผลจันทร์    

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้

น.ส.ฐิติธร บุญเรือง

ศูนย์วิจัย ตรวจประเมิน และให้การรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

น.ส.เพ็ญพรรณ พงษ์สายันต์  

ศูนย์วิจัย ตรวจประเมิน และให้การรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

นายเดชา วิทยาบำรุง          

มูลนิธิโครงการหลวง

คำอธิบาย
โครงการหลวงพลิกฟื้นพื้นที่สูงจากปัญหาการปลูกฝิ่นและเกษตรเคมีเชิงเดี่ยว สู่การทำเกษตรผสมผสานที่ยั่งยืน งานวิจัยนี้จึงมุ่งเจาะลึกปัจจัยและผลกระทบใน 3 มิติสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตรกรรมในพื้นที่โครงการหลวง ณ บ้านขุนกลางและบ้านขุนวาง เพื่อถอดบทบาทความสำเร็จและวางแนวทางจัดการทรัพยากรที่ดินให้คุ้มค่าสูงสุดในระยะยาว
เนื้อหา MU-SDGs Case Study

ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ

ในอดีตพื้นที่สูง เช่น บ้านขุนกลาง (สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์) และบ้านขุนวาง (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง) เคยประสบปัญหาการปลูกฝิ่นและการทำเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวที่ใช้ปุ๋ยและสารเคมีจำนวนมาก จนดินเสื่อมโทรม ต่อมาหน่วยงานอย่างมูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยพื้นที่สูง ได้เข้ามาส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นเกษตรกรรมแบบผสมผสานเพื่อความยั่งยืน ปัจจุบันประเทศไทยยังเผชิญปัญหาการใช้ที่ดินผิดประเภทหรือไม่สอดคล้องกับศักยภาพของดิน จากกระแสการพัฒนาและการขยายตัวของชุมชนเมือง/ภาคเศรษฐกิจ เช่น การนำพื้นที่เกษตรไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งก่อให้เกิดการเสื่อมโทรมของดินและกระทบต่อสภาพแวดล้อม คณะผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาปัจจัยและผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดระยะยาว

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. ศึกษาปัจจัยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงจากการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตรกรรมในพื้นที่โครงการหลวง

2. ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตรกรรมของพื้นที่โครงการหลวง

การดำเนินการ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในพื้นที่บ้านขุนกลาง (สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์) และบ้านขุนวาง (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง) โดยมีวิธีการดำเนินงานและเก็บข้อมูลดังนี้

1. การเก็บรวบรวมข้อมูล

แบ่งออกเป็น 2 แหล่ง ได้แก่

  • ข้อมูลปฐมภูมิ: เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interviews) จากประชาชน ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นปัจจัยและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงข้อเสนอแนะแนวทางควบคุมผลกระทบและแนวทางการใช้ที่ดินที่เหมาะสม
  • ข้อมูลทุติยภูมิ: รวบรวมแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินภาคเกษตร นำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลปฐมภูมิเพื่อความถูกต้องครบถ้วน

2. วิธีการเก็บข้อมูลและกลุ่มเป้าหมาย

ใช้การสัมภาษณ์แบบปลายเปิด (Open-ended Questions) ให้ผู้ตอบแสดงความเห็นได้อย่างอิสระ โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ผ่าน 2 วิธี คือ

  • การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling): ใช้กับผู้นำชุมชนและผู้นำท้องถิ่น
  • การเลือกแบบบังเอิญ (Accidental Sampling): ใช้กับประชาชนในพื้นที่

3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

ใช้แบบสัมภาษณ์ที่แบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่

1.       แบบสัมภาษณ์สำหรับผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่

2.       แบบสัมภาษณ์สำหรับหน่วยงานราชการและผู้นำท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

4. การวิเคราะห์ข้อมูล

ใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ด้วยการจัดรายการ จัดลำดับความสำคัญ และจัดกลุ่มเรื่องที่สอดคล้องหรือแตกต่างกัน จากนั้นใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) เพื่ออธิบายปัจจัย ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการควบคุมผลกระทบและแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสมของทั้งสองพื้นที่

 

ผลการดำเนินงาน

การใช้ประโยชน์ที่ดิน

บ้านขุนกลางมีข้อจำกัดด้านการใช้ที่ดินเนื่องจากตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ทำให้ไม่สามารถขยายพื้นที่เกษตรได้อย่างเสรี ส่วนบ้านขุนวางได้รับสิทธิการใช้ที่ดินภายใต้การกำกับของโครงการหลวง ทำให้สามารถใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนและถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นการบริหารจัดการที่ดินอย่างมีแผนจะช่วยให้เกิดสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ทรัพยากร

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

รายได้ของครัวเรือนเพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมเกษตรกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น เกษตรอินทรีย์ พืชผลเมืองหนาว และพืชแปรรูป ชุมชนสามารถเข้าถึงตลาดได้ดีขึ้น และมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น ดังนั้นการสนับสนุนจากโครงการหลวงช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นระบบ

การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษา บริการสุขภาพ และสวัสดิการต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาอย่างมีแบบแผน อย่างไรก็ตามอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นจากอิทธิพลของภายนอก

การจัดการสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สูง

การใช้ที่ดินที่ควบคุมโดยโครงการหลวงส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศ เช่น ลดการใช้สารเคมี และควบคุมการขยายพื้นที่เกษตร อย่างไรก็ตามควรต้องระวังการใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดโดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจเติบโตเร็ว และสนับสนุนแนวทางอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วมของชุมชนควรถูกนำมาใช้มากกว่าการควบคุมโดยรัฐเพียงฝ่ายเดียว

การพัฒนาการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน

การปรับปรุงเส้นทางถนนทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น สนับสนุนการขนส่งสินค้า บริการสาธารณสุข การศึกษา และการท่องเที่ยว โดยการพัฒนาเส้นทางที่ดีช่วยเพิ่มศักยภาพของชุมชนในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาและการเข้าถึงเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การพังทลายของดิน การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ และการไหลบ่าของนักท่องเที่ยว

 

การนำไปใช้ประโยชน์

ปี พ.ศ. 2569

ใช้ประโยชน์เชิงชุมชน

มีการประชุมเผยแพร่องค์ความรู้ให้แก่หัวหน้าศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ผ่านระบบการประชุมทางไกล (Video Conference) บน Application Zoom Cloud Meetings เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569

Image
ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
จากการทำการเกษตร และใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่สูงของชุมชนโครงการหลวงในอดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาปัจจัยและผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก

งานวิจัยนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกในระดับชุมชน โดยมีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว ซึ่งนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพให้คนในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

SDGs หลัก

SDG 15: ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน (Life on Land)

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

เป้าหมายที่ 6: สร้างหลักประกันเรื่องน้ำและการสุขาภิบาล ให้มีการจัดการอย่างยั่งยืนและมีสภาพพร้อมใช้ สำหรับทุกคน

เป้าหมายที่ 13: ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

Key Message

ศึกษาปัจจัยและผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินนี้ เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดระยะยาว

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย

☑ ยุทธศาสตร์ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional/ Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals

Partners/Stakeholders

มูลนิธิโครงการหลวง

ตัวชี้วัด THE Impact Ranking

SDG15: LIFE ON LAND

15.1-15.3

อัลบั้มภาพ
Image
Image
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.