MU-SDGs Case Study
การประยุกต์ใช้สภาพแวดล้อมบรรพกาลในกระบวนการฟื้นฟูป่าในภาคเหนือของประเทศไทย โดยใช้การวิเคราะห์ทางเรณูวิทยา
The application of paleoenvironment to forest restoration in northern Thailand based on a palynological approach
แหล่งทุน
ปีที่เริ่มดำเนินการ
ส่วนงานหลัก
ส่วนงานร่วม
ผู้ดำเนินการหลัก
ผู้ดำเนินการร่วม
รศ.ดร.ธรรมรัตน์ พุทธไทย คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
รศ.ดร.ยุพา ทาโสด คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
คำอธิบาย
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นน้ำสำคัญของภาคเหนือ แต่หลายพื้นที่เผชิญการบุกรุกป่า การขยายเกษตรเชิงเดี่ยว และการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์จนเกิดภาพภูเขาหัวโล้น ส่งผลต่อการพังทลายของดิน น้ำท่วมฉับพลัน ภัยแล้ง และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แนวทางฟื้นฟูป่าที่ผ่านมามักเน้นการปลูกไม้หรือพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศดั้งเดิมของพื้นที่ งานวิจัยนี้จึงใช้ข้อมูลสภาพแวดล้อมบรรพกาลและเรณูวิทยาเป็นฐานในการทำความเข้าใจว่าพื้นที่เคยมีสังคมพืชอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปเมื่อใด และถูกเร่งให้เสื่อมโทรมจากกิจกรรมมนุษย์ในระดับใด เพื่อพัฒนาฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์สำหรับกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูป่าที่เหมาะสมกับอุทยานแห่งชาติศรีน่านและภูมิทัศน์ป่าภูเขาในภาคเหนือของประเทศไทย
วัตถุประสงค์หลัก คือ ศึกษาสภาพแวดล้อมบรรพกาลสมัยโฮโลซีนตอนปลายของพื้นที่ภูเขาหัวโล้นในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน โดยวิเคราะห์ละอองเรณูและเรณูสัณฐานที่ไม่ใช่ละอองเรณูร่วมกับการหาอายุตะกอนด้วยคาร์บอน-14 และนำผลที่ได้ไปจัดทำข้อเสนอแนะการฟื้นฟูป่าแบบอิงธรรมชาติ โดยเฉพาะแนวทาง Nature-based Solutions (NbS) และ Assisted Natural Regeneration (ANR)
การดำเนินการ
โครงการคัดเลือกพื้นที่ศึกษา 2 แห่งภายในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ซึ่งสะท้อนภูมิประเทศและระดับการรบกวนที่แตกต่างกัน เก็บตัวอย่างตะกอนลึกประมาณ 100–150 เซนติเมตร รวม 45 ตัวอย่างย่อย จากนั้นวิเคราะห์ละอองเรณูด้วยวิธีที่ไม่ใช้กรด และคัดเลือกตัวอย่างสำหรับหาอายุด้วย AMS Radiocarbon ผลการวิเคราะห์ถูกนำมาจัดทำแผนภาพเรณู แบบจำลองอายุ–ความลึก และการแบ่งโซนพืชพรรณ เพื่อสังเคราะห์ประวัติการเปลี่ยนแปลงของป่า การเกิดเกษตรกรรม และตัวบ่งชี้การรบกวนของมนุษย์ เช่น ละอองเรณูข้าวโพด วัชพืช เชื้อรา ไข่พยาธิ สปอร์เฟิร์น และไมคอร์ไรซา
ผลการดำเนินงาน
ปีที่ 1 พ.ศ. 2567
ทบทวนองค์ความรู้ด้านเรณูวิทยา นิเวศบรรพกาล และการฟื้นฟูป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วางแผนพื้นที่ศึกษา ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บตัวอย่างตะกอนภาคสนาม และเริ่มเตรียมตัวอย่างทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งจัดทำกรอบแนวคิดเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลอดีตกับการฟื้นฟูป่าในปัจจุบัน
ปีที่ 2 พ.ศ. 2568
ดำเนินการวิเคราะห์ละอองเรณูและสปอร์ จัดทำแบบจำลองอายุ–ความลึก และสังเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงพืชพรรณ จุดเก็บตัวอย่างที่ 1 ระดับความสูงประมาณ 605 เมตร พบลำดับชั้น 3 โซน โดยชั้นบนสุดมีหลักฐานการใช้ที่ดินของมนุษย์ชัดเจน เช่น ข้าวโพด เชื้อรา และไข่พยาธิ จุดเก็บตัวอย่างที่ 2 ระดับความสูงประมาณ 297 เมตร พบ 2 โซนที่แตกต่างกัน โดยชั้นบนสุดสะท้อนเกษตรกรรมเข้มข้นผ่านวัชพืช ไมคอร์ไรซา และสปอร์เฟิร์นจำนวนมาก แบบจำลองอายุ–ความลึกชี้ว่าป่าเบญจพรรณเสื่อมโทรมต่อเนื่องในช่วงประมาณ 800–1,600 ปี และรุนแรงขึ้นภายใน 200 ปีหลัง สอดคล้องกับการขยายตัวของเกษตรเชิงเดี่ยว
ปีที่ 3 พ.ศ. 2569
ดำเนินการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ต่อเนื่อง โดยจัดทำสื่อสรุป ผลงานประชาสัมพันธ์ และข้อเสนอแนะการฟื้นฟูป่า เพื่อสนับสนุนการเผยแพร่ต่อสาธารณะและการใช้ข้อมูลเชิงนโยบายของหน่วยงานในพื้นที่
การนำไปใช้ประโยชน์
ปี พ.ศ. 2568
ใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและการจัดการพื้นที่ โดยเตรียมส่งมอบรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และข้อเสนอแนะให้อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน เพื่อใช้เป็นแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมตามหลัก NbS และ ANR หน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟูป่า การกำหนดพื้นที่นำร่อง การเลือกชนิดไม้พื้นถิ่น และการลดการฟื้นฟูแบบปลูกเชิงเดี่ยว
ปี พ.ศ. 2568-2569
ใช้ประโยชน์เชิงวิชาการผ่านการตีพิมพ์บทความวิจัยและบทความทบทวนในวารสารนานาชาติ รวมทั้งใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการเรียนการสอนและการสื่อสารสาธารณะด้านเรณูวิทยา นิเวศบรรพกาล การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการประยุกต์แนวทางแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน
มีผลงานตีพิมพ์ (หากมี)
Sattraburut, T., Vongvassana, S., Phutthai, T., & Thasod, Y. (2026). Morphological diversity of pollen and spores in a human-impacted highland forest–agriculture mosaic in northern Thailand. Scientific Reports, 16, 6794. https://doi.org/10.1038/s41598-026-37899-9.
Sattraburut, T., Vongvassana, S., Phutthai, T., & Thasod, Y. (2025). Reconstruction of forest change in highland Thailand: Evidence of anthropogenic disturbance, agriculture, and ecological restoration. Tree, Forests and People 22, 101000. https://doi.org/10.1016/j.tfp.2025.101000
Sattraburut, T., Vongvassana, S., Phutthai, T., & Thasod, Y. (2024). Palynological approaches to forest restoration in Southeast Asia: Challenges and opportunities for Thailand—A systematic review. Tree, Forests and People 18, 100714. https://doi.org/10.1016/j.tfp.2024.100714ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
โครงการนี้มีเอกลักษณ์ตรงที่ใช้หลักฐานจาก “อดีต” เพื่อกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูป่าใน “ปัจจุบัน” แทนการอ้างอิงเฉพาะสภาพพื้นที่ปัจจุบันหรือแนวทางปลูกป่าทั่วไป ข้อมูลละอองเรณู เรณูสัณฐานที่ไม่ใช่ละอองเรณู และอายุของตะกอนช่วยบอกได้ว่าระบบนิเวศเดิมมีโครงสร้างพืชพรรณอย่างไร ช่วงใดเริ่มเห็นสัญญาณการรบกวนจากมนุษย์ และพื้นที่ควรฟื้นฟูให้ใกล้เคียงกับสภาพอ้างอิงใด
ความแตกต่างสำคัญอีกประการ คือ ผลการวิจัยถูกแปลงเป็นข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับการฟื้นฟูป่า เช่น การใช้ Nature-based Solutions (NbS), Assisted Natural Regeneration (ANR), การจัดลำดับพื้นที่ฟื้นฟูตามระดับความเสื่อมโทรม และการหลีกเลี่ยงการปลูกเชิงเดี่ยว จึงเชื่อมโยงงานวิจัยพื้นฐานด้านเรณูวิทยากับการจัดการป่าและนโยบายสาธารณะได้โดยตรงผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
ระดับชุมชน/พื้นที่: อุทยานแห่งชาติศรีน่านและชุมชนโดยรอบสามารถใช้ข้อมูลเป็นฐานความเข้าใจร่วมว่าพื้นที่เคยมีระบบนิเวศป่าเบญจพรรณและความหลากหลายของพืชพื้นถิ่นอย่างไร ช่วยสนับสนุนการจัดการป่าชุมชน การเลือกชนิดไม้พื้นถิ่น และการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรเชิงเดี่ยวไปสู่รูปแบบการใช้ที่ดินที่เหมาะสมกว่า
ระดับประเทศ: งานวิจัยสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและพื้นที่ต้นน้ำ โดยให้หลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับกำหนดเป้าหมายการฟื้นฟูป่าที่สอดคล้องกับระบบนิเวศดั้งเดิม สามารถเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนด้านทรัพยากรธรรมชาติ และแนวทางการฟื้นฟูป่าของหน่วยงานรัฐ
ระดับโลก: โครงการเป็นกรณีศึกษาจากภูมิภาคเขตร้อนที่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลนิเวศบรรพกาลสามารถสนับสนุน SDG 15 การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ การลดความเสื่อมโทรมของที่ดิน และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านแนวทางอิงธรรมชาติได้
SDGs หลัก
SDG 15: Life on Land
โครงการมุ่งสนับสนุนการปกป้อง ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม การจัดการป่าต้นน้ำ การลดการเสื่อมโทรมของที่ดิน และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
SDG 13: Climate Action — การฟื้นฟูป่าและการใช้ Nature-based Solutions ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบนิเวศ ลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และการพังทลายของดิน
SDG 6: Clean Water and Sanitation — พื้นที่ศึกษาเป็นป่าต้นน้ำ การฟื้นฟูป่าช่วยรักษาความชื้น เสถียรภาพของดิน คุณภาพน้ำ และระบบลำธารตามฤดูกาล
SDG 17: Partnerships for the Goals — โครงการเกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และหน่วยงานจัดการพื้นที่อนุรักษ์
Key Message
- ละอองเรณูในตะกอนช่วยย้อนอ่านประวัติป่าและการใช้ที่ดินของมนุษย์ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน
- หลักฐานหลายพันปีชี้ว่าป่าเบญจพรรณเสื่อมโทรมต่อเนื่องและรุนแรงขึ้นในช่วงประมาณ 200 ปีหลัง
- ข้อมูลนี้ถูกแปลงเป็นฐานวิทยาศาสตร์สำหรับฟื้นฟูป่าแบบ NbS และ ANR ที่สอดคล้องกับระบบนิเวศดั้งเดิม
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
|
ยุทธศาสตร์ 1 World Class & Innovation: ผลงานวิจัยสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้านเรณูวิทยา นิเวศบรรพกาล และการฟื้นฟูป่า พร้อมตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ยุทธศาสตร์ 3 Policy Advocacy, Leaders in Professional/Academic Services and Excellence in Capacity Building for Sustainable Development Goals: ผลการวิจัยถูกแปลงเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติสำหรับการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม สนับสนุน |
Partners/Stakeholders
หน่วยงานภายใน: คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
หน่วยงานร่วมวิจัย: ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
แหล่งทุน: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ผู้ใช้ประโยชน์/ผู้มีส่วนได้เสียหลัก: อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนในจังหวัดน่าน ภาคเอกชน/CSR ที่สนับสนุนการฟื้นฟูป่าและ Carbon Credit ที่อิงการฟื้นฟูป่าธรรมชาติ
ตัวชี้วัด THE Impact Ranking
THE Impact Rankings ที่เกี่ยวข้องหลัก: SDG 15 Life on Land
- 15.1 Research on land ecosystems — มีผลงานวิจัยและบทความตีพิมพ์ด้านระบบนิเวศบนบก ความหลากหลายทางชีวภาพ และการฟื้นฟูป่า
- 15.2.3 Maintain and extend current ecosystems’ biodiversity — โครงการเสนอฐานข้อมูลเพื่อฟื้นฟูความหลากหลายของระบบนิเวศป่าเสื่อมโทรมและพื้นที่ป่าต้นน้ำ
- 15.2.4 Educational programmes on ecosystems — ผลงานสามารถใช้เป็นสื่อความรู้/กรณีศึกษาเรื่องระบบนิเวศป่า ละอองเรณู และการฟื้นฟูเชิงนิเวศแก่ชุมชนและสาธารณะ
- 15.2.5 Sustainable management of land for agriculture (educational outreach) — ผลการวิจัยใช้สื่อสารผลกระทบของเกษตรเชิงเดี่ยวและแนวทางเปลี่ยนผ่านสู่การจัดการพื้นที่ที่ยั่งยืนกว่า
- 15.3.1 Sustainable use, conservation and restoration of land (policy) — ข้อเสนอแนะสนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ระบบนิเวศบนบก โดยเฉพาะป่า ภูเขา และพื้นที่เสื่อมโทรม


