• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
การสื่อสารเพื่อขับเคลื่อนชุมชนเกษตรในเมืองสู่การพัฒนาอย่างยั่งยื่น: มิติความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำ-พลังงาน-อาหาร-คน
Communication for driving urban agricultural community to sustainable development: Water-Energy-Food-People Nexus (WEFP Nexus)
แหล่งทุน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ปีที่เริ่มดำเนินการ
2565 - 2569
ส่วนงานหลัก
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ ม.มหิดล
ผู้ดำเนินการหลัก
รศ.ดร.สุกัญญา เสรีนนท์ชัย
คำอธิบาย
งานวิจัยนี้ศึกษาวิธีสื่อสารและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้คนเมืองทำเกษตรได้อย่างยั่งยืน พบว่าข้อมูลที่น่าเชื่อถือ สื่อที่เข้าใจง่าย และเกมการเรียนรู้ ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม เชื่อมโยงน้ำ–พลังงาน–อาหาร–คน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนเมืองในระยะยาว
เนื้อหา MU-SDGs Case Study

ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ

ความสำคัญ

การขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพสิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเมือง การเกษตรในเมืองจึงเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างแหล่งอาหารปลอดภัย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของการเกษตรในเมืองไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีหรือทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสื่อสาร การเรียนรู้ และการมีส่วนร่วมของประชาชน งานวิจัยนี้จึงมุ่งสร้างองค์ความรู้ด้านการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการยอมรับ การมีส่วนร่วม และการปฏิบัติด้านเกษตรในเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงมิติทรัพยากรน้ำ พลังงาน อาหาร และคน (Water–Energy–Food–People Nexus) สู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

 

วัตถุประสงค์ 

1) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทำเกษตรในเมือง

2) เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์เทคนิคการสื่อสารการเกษตรในเมืองที่ช่วยขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง

3) เพื่อปฏิบัติการสื่อสารการขับเคลื่อนชุมชนเกษตรในเมืองแบบมีส่วนร่วม ภายใต้มิติความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำ-พลังงาน-อาหาร-คน

4) เพื่อผลิต ประเมิน และเผยแพร่สื่อเพื่อการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำ-พลังงาน-อาหาร-คน

5) เพื่อถอดบทเรียน วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ และสังเคราะห์กลไกเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนชุมชนเกษตรในเมืองอย่างยั่งยืน 

 

การดำเนินการ

ระยะที่ 1: ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับเกษตรในเมือง

  • ทบทวนวรรณกรรมและพัฒนากรอบแนวคิดการวิจัย
  • บูรณาการทฤษฎี TRA, TPB และ HBM
  • เก็บข้อมูลจากประชาชนใน 13 ชุมชน จาก 7 จังหวัด
  • วิเคราะห์ปัจจัยด้านทัศนคติ การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้ความพร้อม และบรรทัดฐานทางสังคมที่ส่งผลต่อพฤติกรรมเกษตรในเมือง

ระยะที่ 2: ศึกษาประสิทธิภาพการสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์

  • วิเคราะห์เนื้อหาการสื่อสารของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย)
  • ศึกษาการตอบสนองของผู้รับสารจำนวน 200 คน
  • ประยุกต์ใช้ทฤษฎี Elaboration Likelihood Model (ELM)
  • วิเคราะห์บทบาทของคุณภาพข้อมูล ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล การมีปฏิสัมพันธ์ และการรับรู้ความสามารถของตนเอง (Self-efficacy)

ระยะที่ 3: พัฒนาและทดสอบนวัตกรรมการเรียนรู้

  • ออกแบบและพัฒนา Serious Game ด้าน Water–Energy–Land–Food–People Nexus
  • ประยุกต์ใช้กรอบแนวคิด Stimulus–Organism–Response (SOR), Easy-Attractive-Social-Timely (EAST) และ Revised New Ecological Paradigm (NEP) Scale
  • ทดลองใช้เกมกับกลุ่มเป้าหมาย
  • วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Structural Equation Modeling (SEM) ผ่าน SmartPLS 4.0
  • เก็บข้อมูลการสะท้อนผลการเรียนรู้ เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางพัฒนาชุมชน

 

ผลการดำเนินงาน (แยกแต่ละปี)

ปีที่ 1 การสร้างองค์ความรู้ด้านพฤติกรรมและการยอมรับเกษตรในเมือง

กิจกรรมสำคัญ

  • ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับและการปฏิบัติด้านเกษตรในเมือง
  • พัฒนากรอบแนวคิดจาก TRA, TPB และ HBM
  • เก็บข้อมูลภาคสนามใน 13 ชุมชน จาก 7 จังหวัด

ผลการดำเนินงาน

  • ได้แบบจำลองปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมด้านเกษตรในเมือง
  • พบว่าทัศนคติ การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้ความพร้อม และบรรทัดฐานทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
  • ได้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตรในเมืองที่สอดคล้องกับบริบทชุมชนไทย
  • ได้องค์ความรู้ด้านการสื่อสารเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านเกษตรในเมือง

 

ปีที่ 2 การพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์

กิจกรรมสำคัญ

  • วิเคราะห์เนื้อหาด้านเกษตรในเมืองบนสื่อสังคมออนไลน์
  • ศึกษาการรับรู้และความพึงพอใจของผู้รับสารจำนวน 200 คน
  • ประยุกต์ใช้ ELM เพื่ออธิบายกระบวนการยอมรับข้อมูล

ผลการดำเนินงาน

  • พบว่า ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล คุณภาพข้อมูล การมีปฏิสัมพันธ์ และ Self-efficacy ส่งผลเชิงบวกต่อการยอมรับข้อมูล
  • ได้แนวทางการออกแบบข้อความสื่อสารที่เรียบง่าย ชัดเจน และเข้าถึงง่าย
  • พัฒนาข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อส่งเสริมเกษตรในเมือง
  • เกิดองค์ความรู้ด้านการสื่อสารดิจิทัลเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

 

ปีที่ 3 การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการขยายผลสู่ความยั่งยืน

กิจกรรมสำคัญ

  • พัฒนา Serious Game ด้าน Water–Energy–Land–Food–People Nexus
  • ทดลองใช้และประเมินผลกับกลุ่มเป้าหมาย
  • วิเคราะห์ข้อมูลด้วย SEM (SmartPLS 4.0)
  • จัดกิจกรรมสะท้อนผลการเรียนรู้และสังเคราะห์บทเรียน

ผลการดำเนินงาน

  • ได้ต้นแบบ Serious Game สำหรับส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความยั่งยืน
  • พบว่า การรับรู้ความง่ายในการใช้งาน ความมีประโยชน์ และความทันเวลาของข้อมูล ส่งผลต่อทัศนคติและคุณค่าการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน
  • ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างทรัพยากรน้ำ พลังงาน อาหาร และคนเพิ่มขึ้น
  • เกิดข้อเสนอแนะด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและการทำงานร่วมกันข้ามภาคส่วน
  • ได้ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์สำหรับ 1) ภาครัฐ: พัฒนานโยบายและแรงจูงใจสนับสนุนเกษตรในเมือง 2) ภาคประชาสังคม: ส่งเสริมเครือข่ายการเรียนรู้และวิทยาศาสตร์พลเมือง 3) ชุมชน: สร้างทีมอาสาสมัครและกลไกการสื่อสารในชุมชน 4) สถาบันการศึกษา: พัฒนาเครื่องมือการเรียนรู้และงานวิจัยต่อยอด

 

การนำไปใช้ประโยชน์

ปี พ.ศ. 2566

ใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ

มีผลงานตีพิมพ์

Sereenonchai, S., & Arunrat, N. (2023). Urban agriculture in Thailand: Adoption factors and communication guidelines to promote long-term practice. International Journal of Environmental Research and Public Health, 20(1), 1. https://doi.org/10.3390/ijerph20010001

ปี พ.ศ. 2567

ใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ

มีผลงานตีพิมพ์

Sereenonchai, S., & Arunrat, N. (2024). Communication strategies for sustainable urban agriculture in Thailand. Sustainability, 16(24), 10898. https://doi.org/10.3390/su162410898

ปี พ.ศ. 2568

ใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ

Sereenonchai, S., & Arunrat, N. (2025). A serious game to promote Water–Energy–Land–Food–People (WELFP) nexus perception and encourage pro-environmental and pro-social urban agriculture. Sustainability, 17(9), 4148. https://doi.org/10.3390/su17094148
ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
จุดเด่นของโครงการคือ การบูรณาการศาสตร์ด้านการสื่อสาร พฤติกรรมมนุษย์ และความยั่งยืน ผ่านกรอบ WEFP Nexus โดยเชื่อมโยงงานวิจัยด้านพฤติกรรม การสื่อสารบนสื่อสังคมออนไลน์ และนวัตกรรม Serious Game เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านเกษตรในเมืองอย่างยั่งยืน ซึ่งแตกต่างจากโครงการเกษตรในเมืองทั่วไปที่มักมุ่งเน้นเฉพาะด้านการผลิตหรือเทคโนโลยีทางการเกษตรเพียงมิติเดียว
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก

ระดับชุมชน

- สร้างต้นแบบเครื่องมือสื่อสาร (communication model, serious game และกรอบกลยุทธ์การสื่อสาร) และนำไปทดลองใช้ในบางชุมชน

- ผลการศึกษานำไปประยุกต์ใช้ในสิ่งแวดล้อมอื่น และดำเนินการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะเบื้องต้น เพื่อให้เกิดผลกระทบที่เป็นไปได้

- เสนอแนวทางการทำเกษตรในเมือง และการสื่อสารความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรน้ำ-พลังงาน-อาหาร-คน ในรูปแบบสื่อการเรียนรู้และแนวทางการขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่นำไปปรับใช้งานได้
SDGs หลัก

SDG 2, SDG 11, SDG 12

เป้าหมายที่ 2: ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 11: ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ มีความครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และยั่งยืน

เป้าหมายที่ 12: สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDG 13 และ SDG 17

เป้าหมายที่ 13: ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

เป้าหมายที่ 17: เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน



Key Message

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกษตรในเมืองดำเนินต่อเนื่อง คือ ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การสื่อสารที่เข้าใจง่าย และการสร้างความมั่นใจในตนเอง  ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ ได้แก่ รัฐสนับสนุนนโยบายและแรงจูงใจ ภาคประชาสังคมสร้างเครือข่ายเรียนรู้ ชุมชนรวมกลุ่มอาสา และสถาบันวิชาการพัฒนาเครื่องมือสื่อสาร โดยความร่วมมือแบบบูรณาการคือกุญแจสู่การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย

ยุทธศาสตร์ 1 World Class & Innovation งานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติระดับ Q1 Top 5 และ Top 10 และบูรณาการเทคโนโลยีโอมิกส์ขั้นสูงหลายระดับพร้อมกัน สะท้อนความเป็นเลิศทางวิชาการและนวัตกรรมการวิจัยระดับโลก

Partners/Stakeholders

1) กลุ่มเกษตรกรในเมือง

– ร่วมให้ข้อมูลและเกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดความตระหนักในความสัมพันธ์ทรัพยากรน้ำ-พลังงาน-อาหาร-คน

- มีความใส่ใจในวัตถุดิบ และผลกระทบของกระบวนการผลิตทางการเกษตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

– เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยลดผลกระทบของการผลิตทางการเกษตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 

2) หน่วยงานภาครัฐ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเกษตรตำบล สำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมให้ข้อมูลและได้แนวทางและกลไกเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนชุมชนเกษตรในเมืองอย่างยั่งยืน

3) คนในชุมชน ได้รับประโยชน์จากการทำเกษตรในเมืองที่ใส่ใจในวัตถุดิบ และผลกระทบของกระบวนการผลิตทางการเกษตรต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ตัวชี้วัด THE Impact Ranking
17.2.1 Relationships with regional NGOs and government for SDG policy
อัลบั้มภาพ
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.