MU-SDGs Case Study
Human Responses to Climate Change: Mitigation and Adaptation
แหล่งทุน
ส่วนงานหลัก
ผู้ดำเนินการหลัก
ผศ.ดร.อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน
คำอธิบาย
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญของโครงการ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวิกฤตเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบธรรมชาติและมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงาน IPCC AR6 ระบุชัดเจนว่ากิจกรรมของมนุษย์เป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม แม้จะยุติการปล่อยก๊าซในวันนี้ ผลกระทบจะยังคงอยู่อีกหลายทศวรรษ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการเสริมสร้างศักยภาพให้บุคลากรระดับนานาชาติมีความรู้ความเข้าใจในการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) และการปรับตัว (Adaptation) อย่างเป็นระบบ
วัตถุประสงค์โครงการ
- เพื่อสร้างความเข้าใจในความเชื่อมโยงและข้อจำกัดระหว่างเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กับกิจกรรมด้านภูมิอากาศ
- เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรวิชาชีพมีทักษะในการวางแผนและดำเนินงานด้านการลดก๊าซเรือนกระจกและการรับมือภัยพิบัติ
- เพื่อเผยแพร่ต้นแบบความสำเร็จของประเทศไทยในด้านนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำไปปรับใช้ในประเทศตนเอง
การดำเนินการ - หลักสูตรนี้จัดขึ้นเป็นเวลา 19 วัน ครอบคลุม 19 หัวข้อบรรยายและกิจกรรมภาคปฏิบัติ โดยแบ่งเนื้อหาหลักเป็น 4 ด้าน:
- วิทยาศาสตร์และข้อมูล: ศึกษาพื้นฐานก๊าซเรือนกระจกและข้อมูลล่าสุดจาก IPCC AR6
- นโยบายและการบรรเทาผลกระทบ: ศึกษาการลดก๊าซเรือนกระจกตามกรอบความตกลงปารีส แผน NDC และกลไก T-VER ของไทย รวมถึงกรณีศึกษาด้านพลังงาน อุตสาหกรรม และขยะ
- การปรับตัวและการพัฒนา: บูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจ BCG และเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืน พร้อมศึกษาผลกระทบต่อความมั่นคงอาหารและทรัพยากรน้ำ
- การศึกษาดูงาน: วังจันทร์วัลเลย์ (ระยอง): ศึกษาการใช้ Big Earth Data และเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะในการบริหารจัดการเมือง และเมืองพัทยา: ศึกษาการปรับตัวของระบบนิเวศชายฝั่งและชุมชนต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
ผลการดำเนินงานใน 1-2 ปีที่ผ่านมา โครงการประสบความสำเร็จในการผลิต "ผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลง" จากนานาประเทศ โดยมีผลลัพธ์สำคัญคือ:
- การถ่ายทอดองค์ความรู้: ผู้เข้าอบรมมากกว่า 20 คนต่อรุ่นได้รับทักษะการประเมินความเปราะบาง (Vulnerability Assessment) และระบบการตรวจวัด (MRV) ที่เป็นมาตรฐานสากล
- เครือข่ายความร่วมมือ: เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน "รายงานประเทศ" (Country Report) ซึ่งผู้เข้าร่วมได้วิเคราะห์สถานการณ์และเป้าหมาย NDC ของประเทศตนเองเทียบกับแนวปฏิบัติที่ดีของไทย
- การจัดการข้อมูล: ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจในการใช้ Big Data เพื่อคาดการณ์อนาคตและวางแผนปรับตัวเชิงรุก
ผู้ที่นำไปใช้ประโยชน์และผลกระทบ
- บุคลากรและหน่วยงานภาครัฐ: ผู้เข้าอบรมในระดับปฏิบัติการและระดับบริหารรุ่นใหม่ นำความรู้ไปพัฒนานโยบายภูมิอากาศในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ
- ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม: แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและธรรมชาติบำบัด (Nature-based Solutions) ถูกนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในภาคอุตสาหกรรมและชุมชนชายฝั่ง
ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
ระดับชุมชน: สร้างความเข้มแข็งให้ท้องถิ่นผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและแผนการปรับตัวที่ใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน (Nature-based Solutions)
ระดับประเทศ: ชูไทยเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านภูมิอากาศและส่งออกต้นแบบนโยบาย เช่น กลไก T-VER และเศรษฐกิจ BCG สู่สากล
ระดับโลก: สร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ (Change Agents) เพื่อขับเคลื่อนความตกลงปารีสและลดช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ผลลัพธ์เชิงประจักษ์: เปลี่ยนงานวิจัยวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศให้เป็นแผนปฏิบัติการที่ลดการปล่อยก๊าซและเพิ่มความยืดหยุ่นได้จริง ความยั่งยืน: บูรณาการมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจเข้ากับมาตรการทางสิ่งแวดล้อม เพื่อการบรรลุเป้าหมาย SDGs อย่างเป็นรูปธรรม
SDGs หลัก
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
4, 11 และ 12
Key Message
สร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่เพื่อเปลี่ยนวิกฤตภูมิอากาศให้เป็นทางรอด ผ่านการบูรณาการวิทยาศาสตร์ IPCC เข้ากับนวัตกรรมเศรษฐกิจ BCG และเทคโนโลยีข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อขับเคลื่อนการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวที่จับต้องได้จริงในระดับสากล
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
ยุทธศาสตร์ 3 “Policy Advocacy, Leaders in Professional /
Academic Services and Excellence in Capacity
Building for Sustainable Development Goals”


