• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
กลยุทธ์สะกิดพฤติกรรมการเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


Nudging strategies for pro-environmental agricultural behaviors
แหล่งทุน
โครงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เพื่อผลักดัน World University Rankings by Subject (ทุนสนับสนุนนักวิจัยเฉพาะสาขา Specific League Funds) มหาวิทยาลัยมหิดล
ปีที่เริ่มดำเนินการ
2566 - 2567
ส่วนงานหลัก
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหิดล
ผู้ดำเนินการหลัก
รศ. ดร.สุกัญญา เสรีนนท์ชัย
คำอธิบาย
วิธีส่งเสริมให้นำฟางข้าวมาใช้ประโยชน์คือ กำหนดเป็นตัวเลือกที่สะดวกตามบริบทการเกษตร สร้างรายได้และส่งเสริมเป้าหมายร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากฟาง และจัดฝึกอบรมนำฟางมาใช้ประโยชน์ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวข้าว
เนื้อหา MU-SDGs Case Study

ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
1. เพื่อทดลองและเปรียบเทียบผลของการสะกิดพฤติกรรมไม่เผาฟาง
2. เพื่อทดลองและค้นหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3. เพื่อทดลองและประเมินพฤติกรรมการปกป้องผืนดินเกษตรเพื่อการเพาะปลูกในระยะยาว
4. เพื่อสังเคราะห์กลยุทธ์การสะกิดพฤติกรรมการเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การดำเนินการ
ปี 2566
1. ลงพื้นที่เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ร่วมกับกระบวนการทดลองและเปรียบเทียบผลของการสะกิดพฤติกรรมไม่เผาฟาง และการทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กับกลุ่มเกษตรกรทำนาใน 8 อำเภอ ของ จ.ชัยนาท อำเภอละ 25 คน รวมจำนวนเกษตรกรทั้งสิ้น 200 คน โดยในแบบสอบถามมีประเด็นคำถามหลัก 6 หัวข้อ ได้แก่ 1) ปัจจัยส่วนบุคคล 2) การปลูกข้าว การจัดการตอซังฟางข้าว วิธีการทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3) ความรู้สึกและความคิดเห็นต่อข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการฟาง 4) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5) การปกป้องผืนดินเกษตรเพื่อการเพาะปลูกในระยะยาว 6) ความคิดเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปกป้องผืนดินเกษตรเพื่อการเพาะปลูกในระยะยาว
2. ดำเนินการทดลองและเปรียบเทียบผลของการสะกิดพฤติกรรมไม่เผาฟางผ่านการให้ข้อมูลหลากหลายแบบ รวมถึงได้วิเคราะห์และอภิปรายผลของการสะกิดพฤติกรรมไม่เผาฟาง
3. ดำเนินการทดลองและค้นหาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนทำเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. ดำเนินการทดลองและประเมินพฤติกรรมการปกป้องผืนดินเกษตรเพื่อการเพาะปลูกในระยะยาว

ปี 2567
1. วิเคราะห์และสังเคราะห์กลยุทธ์การสะกิดพฤติกรรมการเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากผลการวิจัยที่ตอบวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ข้อข้างต้น ร่วมกับข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์จากการเก็บข้อมูลดินในแปลงเกษตรกรแกนนำไม่เผาฟาง และการคืนข้อมูลผลการวิเคราะห์ดินให้กับเกษตร เพื่อตรวจสอบความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อกลยุทธ์การสะกิดพฤติกรรมการเกษตรแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผลการดำเนินงาน
งานวิจัยพบว่า การชักจูงให้เกษตรกรเลิกเผาฟางข้าวและหันมาใช้ประโยชน์จากฟาง สามารถทำได้ผ่านการสื่อสารจากหลายกลุ่ม เช่น แกนนำเกษตรกร สมาชิกกลุ่มเกษตรกร หรือเพื่อนบ้าน โดยมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเกษตรกร ดังนี้:
1. การเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรและการเป็นเจ้าของที่ดิน
● เกษตรกรที่อยู่ในกลุ่มเกษตรกรและมีที่ดินเป็นของตนเอง มักจะไม่เผาฟาง และให้ความสนใจกับแนวทางเกษตรปลอดภัยและเกษตรผสมผสาน
● ส่วนเกษตรกรที่ยังเผาฟาง ส่วนใหญ่มักไม่ได้เข้ากลุ่ม แต่หากมีที่ดินเป็นของตนเอง ก็มีแนวโน้มเปิดรับแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น
2. อายุของเกษตรกรมีผลต่อการรับข้อมูล
● เกษตรกรที่อายุน้อยมีแนวโน้มนำแนวทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปใช้ได้มาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับข้อมูลจากแกนนำเกษตรกร
● เกษตรกรที่มีอายุมากกว่ามักจะเปิดรับแนวทางไม่เผาฟางและเกษตรปลอดภัยมากขึ้น เมื่อได้รับข้อมูลจากเพื่อนบ้านที่ทำเกษตรแบบเดียวกัน
3. ปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรเลือกเลิกเผาฟาง
● การรับรู้ถึงความเสี่ยงและผลกระทบจากการเผาฟาง เช่น มลพิษและผลเสียต่อสุขภาพ
● การได้รับแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ เช่น เงินสนับสนุน หรือทางเลือกที่ทำให้เห็นผลประโยชน์ที่ชัดเจน
● ความมั่นใจในตนเองของเกษตรกรก็มีผลสำคัญ ทำให้พวกเขาสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง
4. วิธีส่งเสริมให้เกษตรกรนำฟางข้าวมาใช้ประโยชน์แทนการเผา
● ทำให้ง่าย: จัดให้การใช้ฟางเป็นตัวเลือกหลักที่สะดวก และเพิ่มขั้นตอนให้การเผาฟางทำได้ยากขึ้น เช่น ต้องขออนุญาตก่อน
● ทำให้น่าสนใจ: สร้างรายได้เสริมจากการใช้ฟาง เช่น ทำปุ๋ยหรืออาหารสัตว์
● ทำให้อยู่ในกระแสสังคม: สร้างกระแสให้การใช้ฟางเป็นเรื่องปกติในชุมชน ผ่านกิจกรรมหรือโครงการร่วมกัน
● ทำให้สะดวก: จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการใช้ฟางในช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว และให้ข้อมูลผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย
สรุป
การเลิกเผาฟางข้าวและหันมาใช้ฟางอย่างคุ้มค่า ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ลดต้นทุน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้การสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเกษตรกรแต่ละกลุ่ม และทำให้แนวทางนี้เป็นเรื่องปกติในสังคมเกษตรกรรม

การนำไปใช้ประโยชน์
ปี 2567
มีผลงานตีพิมพ์
Sereenonchai S.*; Arunrat N. Pro-environmental agriculture to promote a sustainable lifestyle. Sustainability 2024;16(17):7449. https://www.mdpi.com/2071-1050/16/17/7449
ปี 2568
Arunrat, N.; Sereenonchai, S.; Uttarotai, T. Effects of soil texture on microbial community composition and abundance under alternate wetting and drying in paddy soils of central Thailand. Scientific Reports 2025;15(1):24155.


ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก

ชุมชน

SDGs หลัก
SDG15: LIFE ON LAND
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDG12



Key Message

กลยุทธ์การสื่อสารเพื่อส่งเสริมการนำฟางมาใช้ประโยชน์ คือ 1. ทำให้ง่าย: จัดให้การใช้ฟางเป็นตัวเลือกหลักที่สะดวก เพิ่มขั้นตอนให้การเผาฟางทำได้ยากขึ้น 2. ทำให้น่าสนใจ: สร้างรายได้เสริมจากการใช้ฟาง 3. ทำให้อยู่ในกระแสสังคม: สร้างกระแสให้การใช้ฟางเป็นเรื่องปกติในชุมชน 4. ทำให้สะดวก: ให้ความรู้เรื่องการใช้ฟางช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว และผ่านช่องทางที่เข้าถึงง่าย

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
ยุทธศาสตร์ 1 Global Research and Innovation
Partners/Stakeholders

เกษตรกรจาก 8 อำเภอใน จ.ชัยนาท

หน่วยงานรัฐในท้องถิ่นด้านการเกษตร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการเกษตรระดับอำเภอใน จ.ชัยนาท
ตัวชี้วัด THE Impact Ranking
SDG13: CLIMATE ACTION (13.3)
อัลบั้มภาพ
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.