MU-SDGs Case Study
การศึกษามวลชีวภาพและปริมาณธาตุอาหารในส่วนต่างๆ ของต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อปรับใช้เป็นระดับอ้างอิงในการให้ปุ๋ย กรณีศึกษาดินเนื้อปูน
Study of biomass and nutrient content in different parts of maizeplants for adjusting the value as a fertilizer reference: A case study of alkaline soil
แหล่งทุน
ปีที่เริ่มดำเนินการ
ส่วนงานหลัก
ส่วนงานร่วม
สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1
ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9
คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังผู้ดำเนินการหลัก
ผู้ดำเนินการร่วม
ผศ.ดร.สุกัญญา แย้มประชา คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ดร.นัทฐา ทักษ์รัตนศรัณย์ สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร
นางสาวฐนชนก คำขจร สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1
นางสาววิภาวรรณ เอกเอี่ยม ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9
นางสาวปรมาภรณ์ ลุ่มจันทร์ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9คำอธิบาย
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
ความสำคัญ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Zea mays Linn.) เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย โดยประมาณ 90% ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งมีต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอและมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เสี่ยงต่อภัยแล้ง ศัตรูพืช และการเสื่อมโทรมของดิน
ดินเนื้อปูนเป็นข้อจำกัดสำคัญ มีค่า pH สูงและแคลเซียมคาร์บอเนตสะสม ส่งผลให้ธาตุอาหารสำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และแมงกานีส มีความเป็นประโยชน์ต่ำ ทำให้พืชขาดธาตุและผลผลิตต่อไร่ต่ำ อีกทั้งยังสูญเสียไนโตรเจนมากขึ้น ดังนั้น
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการสะสมธาตุอาหารในต้นข้าวโพดตลอดการเจริญเติบโต เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมกับดินเนื้อปูน อันจะช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ลดการเสื่อมโทรมของดิน และส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนในประเทศไทย
วัตถุประสงค์
1. เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหาร ปริมาณมวลชีวภาพและประเมินธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด ในแต่ละระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว
2. เพื่อพัฒนาคำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ตรงตามศักยภาพของพันธุ์ที่ปลูกในดินเนื้อปูน
การดำเนินการ
การวิจัยนี้ดำเนินการเพื่อศึกษาผลของการจัดการธาตุอาหารต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในดินเนื้อปูน โดยใช้แปลงทดลองภายใต้การออกแบบการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ (RCBD) จำนวน 3 ซ้ำ ทดสอบโดยใช้พันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่นิยมปลูกในเชิงพาณิชย์ 3 สายพันธุ์ และ มีกรรมวิธีการใส่ปุ๋ย แบ่งออกเป็น 7 กรรมวิธี ได้แก่ กรรมวิธีควบคุม (ใส่เฉพาะปุ๋ย NPK) การใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับสังกะสีซัลเฟต (ZnSO4) ที่ระดับ 2 3 และ 4 มก. Zn/กก. ดิน และการใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับเฟอรัสซัลเฟต (FeSO4·H2O) ที่ระดับ 20 30 และ 40 มก. Fe/กก. ดิน ในระหว่างการเจริญเติบโต มีการเก็บข้อมูลการสะสมธาตุอาหารในส่วนต่าง ๆ ของพืช ได้แก่ ใบ ลำต้น และฝัก พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลด้านสรีรวิทยา เช่น ความสูง จำนวนใบ และน้ำหนักแห้งของต้น นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างดินเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและกิจกรรมของจุลินทรีย์
ผลการดำเนินงาน
ปี 2566 - 2567
ผลการวิจัยพบว่าการใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับสังกะสีและเหล็กช่วยเพิ่มการสะสมธาตุอาหารในต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ความสูง จำนวนใบ น้ำหนักแห้ง และผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใส่สังกะสีระดับ 2 มก./กก. ดิน (ZnSO4) ที่ให้ผลดีที่สุดต่อความกว้างและเส้นรอบวงฝัก น้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งของเมล็ด นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยเหล็กยังช่วยกระตุ้นกิจกรรมจุลินทรีย์ในดินเมื่อเทียบกับการใส่เฉพาะ NPK
การนำไปใช้ประโยชน์
ปี 2566
1. ถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ดินเนื้อปูนรายย่อย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
2. เผยแพร่ผลงานวิจัยให้กับนักวิจัย/นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมประชุมในงานประชุมวิชาการ “The 20th KU KPS National Conference การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 20 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน” วันที่ 7 ธันวาคม 2566 ผ่านการนำเสนอผลการวิจัยภาคโปสเตอร์ และได้ตีพิมพ์บทคัดย่อในรายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ ทั้งนี้ได้รับรางวัลงานวิจัยคุณภาพระดับดี จากงานประชุม
3. เจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตร ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ได้มีการพูดคุยและชี้แจ้งโครงการและแนวทางความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับอตีดท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ดร.นัทฐา ทักษ์รัตนศรัณย์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร ร่วมกับทีมนักวิจัย ที่จะนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่กับเกษตรกรภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการวิจัย และโครงการวิจัยต่อเนื่องในปีที่สอง ก็ยินดีที่จะสนับสนุนบุคลากร ในพื้นที่ในความรับผิดมาร่วมเรียนรู้และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ความรับผิดชอบต่อไป
ปี 2567
- มีการรับรองนำไปใช้ประโยชน์โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จ.พิษณุโลก ลงวันที่ 11 ส.ค. 2567
ปี 2568
- เผยแพร่ผลงานวิจัยให้กับนักวิจัย/นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมประชุมในงานประชุมวิชาการนเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 21 ภายใต้หัวข้อ “Research & Innovation Synergy: Collaborating for a Sustainable Future” วันที่ 17 กรกฎาคม 2568
มีผลงานตีพิมพ์
กมลชนก สาลี วันวิสาข์ ปั้นศักดิ์ เบญจภรณ์ ประภักดี วิชญา รงค์สยามานนท์ และณภัสนันท์ พสุการัชต์ชัย. (2568). ผลของการเติมปุ๋ยสังกะสีและเหล็กต่อผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดินเนื้อปูน. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 21 (น. 194-203). กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร
ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
ในขณะที่การศึกษาและวิจัยในครั้งนี้จะเป็นการศึกษามวลชีวภาพและปริมาณมหธาตุและจุลธาตุในแต่ละส่วนของต้นข้าวโพดที่ดูดใช้ที่ระยะพัฒนาการต่าง ๆ และส่วนของเมล็ดข้าวโพด ทำให้ข้อมูลเพื่อปรับใช้เป็นระดับอ้างอิงในการให้ปุ๋ยได้ตรงตามศักยภาพของพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่ในปัจจุบันสามารถให้ผลผลิตมากกว่า 1 ตันต่อไร่ โดยปรับคำแนะนำการใส่ปุ๋ยได้ทั้งธาตุมหธาตุและจุลธาตุ ที่จำเพาะเจาะจงสำหรับพื้นที่ปลูกข้าวโพดที่ปลูกในพื้นที่ดินเนื้อปูนหรือดินเนื้อปูนที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เนื่องจากดินเนื้อปูนมีปัญหาเรื่องการสูญเสียไนโตรเจนได้ง่าย ปัญหาการตรึงฟอสฟอรัส การขาดจุลธาตุประจุบวก
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
ณ ปัจจุบัน จากผลงานวิจัยในปีที่ 1 เกิดผลกระทบได้ระดับชุมชน ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายย่อย/กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่แปลงใหญ่ โดยได้รับผลประโยชน์ดังนี้
- ได้ข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ของปริมาณมวลชีวภาพและปริมาณธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆ ของข้าวโพด 3 พันธุ์ ที่เป็นตัวแทนของข้าวโพดที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น อายุเก็บเกี่ยวปานกลาง และอายุเก็บเกี่ยวยาวที่ปลูกในดินเนื้อปูนในแต่ละระยะการเจริญเติบโต
- สามารถรักษากำลังผลิตของดินไม่ให้ลดต่ำลงจากการผลิตพืชอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินไม่เกิดความเสื่อมโทรม
- เกษตรกรได้คำแนะนำใหม่สำหรับข้าวโพดอายุเก็บเกี่ยวสั้น อายุเก็บเกี่ยวปานกลาง และอายุการเก็บเกี่ยวยาว ที่ปลูกในดินเนื้อปูน
- เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในดินเนื้อปูนสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้จากค่าเฉลี่ยผลผลิตต่อไร่ ณ ปัจจุบัน 705 กิโลกรัมต่อไร่
SDGs หลัก
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
SDG1: NO POVERTY
SDG2: ZERO HUNGER
Key Message
โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหารปริมาณมวลชีวภาพและประเมินธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด ในแต่ละระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว และเพื่อพัฒนาคำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในดินเนื้อปูน
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
Partners/Stakeholders
- สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 กรมพัฒนาที่ดิน (พื้นที่รับผิดชอบ เช่น จังหวัดชัยนาท
นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี สมุทรปราการ สระบุรี)
- องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรี
- ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จ.สุพรรณบุรี





