• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
การศึกษามวลชีวภาพและปริมาณธาตุอาหารในส่วนต่างๆ ของต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อปรับใช้เป็นระดับอ้างอิงในการให้ปุ๋ย กรณีศึกษาดินเนื้อปูน


Study of biomass and nutrient content in different parts of maizeplants for adjusting the value as a fertilizer reference: A case study of alkaline soil

แหล่งทุน
เงินรายได้ม.มหิดล
ปีที่เริ่มดำเนินการ
2566 - 2567
ส่วนงานหลัก
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหิดล
ส่วนงานร่วม

สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร

สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1

ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9

คณะเทคโนโลยีการเกษตร  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ผู้ดำเนินการหลัก
ผศ.ดร.วันวิสาข์​ ปั้น​ศักดิ์​
ผู้ดำเนินการร่วม

ผศ.ดร.สุกัญญา แย้มประชา   คณะเทคโนโลยีการเกษตร  สถาบันเทคโนโลยี 

                                    พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ดร.นัทฐา ทักษ์รัตนศรัณย์     สถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร

นางสาวฐนชนก คำขจร        สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1

นางสาววิภาวรรณ เอกเอี่ยม   ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9

นางสาวปรมาภรณ์ ลุ่มจันทร์   ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9
คำอธิบาย
การศึกษามวลชีวภาพและปริมาณธาตุอาหารในส่วนต่างๆ ของต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อปรับใช้เป็นระดับอ้างอิงในการให้ปุ๋ย : กรณีศึกษาดินเนื้อปูน เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหารปริมาณมวลชีวภาพและประเมินธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด ในแต่ละระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว และเพื่อพัฒนาคำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ตรงตามศักยภาพของพันธุ์ที่ปลูกในดินเนื้อปูน
เนื้อหา MU-SDGs Case Study

ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ

ความสำคัญ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Zea mays Linn.) เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของไทย โดยประมาณ 90% ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซึ่งมีต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอและมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตชลประทานที่เสี่ยงต่อภัยแล้ง ศัตรูพืช และการเสื่อมโทรมของดิน

ดินเนื้อปูนเป็นข้อจำกัดสำคัญ มีค่า pH สูงและแคลเซียมคาร์บอเนตสะสม ส่งผลให้ธาตุอาหารสำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และแมงกานีส มีความเป็นประโยชน์ต่ำ ทำให้พืชขาดธาตุและผลผลิตต่อไร่ต่ำ อีกทั้งยังสูญเสียไนโตรเจนมากขึ้น ดังนั้น
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาการสะสมธาตุอาหารในต้นข้าวโพดตลอดการเจริญเติบโต เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการจัดการปุ๋ยที่เหมาะสมกับดินเนื้อปูน อันจะช่วยเพิ่มผลผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ย ลดการเสื่อมโทรมของดิน และส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนในประเทศไทย

วัตถุประสงค์
1. เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหาร ปริมาณมวลชีวภาพและประเมินธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด ในแต่ละระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว
2. เพื่อพัฒนาคำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ตรงตามศักยภาพของพันธุ์ที่ปลูกในดินเนื้อปูน

การดำเนินการ
การวิจัยนี้ดำเนินการเพื่อศึกษาผลของการจัดการธาตุอาหารต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในดินเนื้อปูน โดยใช้แปลงทดลองภายใต้การออกแบบการทดลองแบบสุ่มบล็อกสมบูรณ์ (RCBD) จำนวน 3 ซ้ำ ทดสอบโดยใช้พันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่นิยมปลูกในเชิงพาณิชย์ 3 สายพันธุ์ และ มีกรรมวิธีการใส่ปุ๋ย แบ่งออกเป็น 7 กรรมวิธี ได้แก่ กรรมวิธีควบคุม (ใส่เฉพาะปุ๋ย NPK) การใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับสังกะสีซัลเฟต (ZnSO4) ที่ระดับ 2 3 และ 4 มก. Zn/กก. ดิน และการใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับเฟอรัสซัลเฟต (FeSO4·H2O) ที่ระดับ 20 30 และ 40 มก. Fe/กก. ดิน ในระหว่างการเจริญเติบโต มีการเก็บข้อมูลการสะสมธาตุอาหารในส่วนต่าง ๆ ของพืช ได้แก่ ใบ ลำต้น และฝัก พร้อมทั้งบันทึกข้อมูลด้านสรีรวิทยา เช่น ความสูง จำนวนใบ และน้ำหนักแห้งของต้น นอกจากนี้ยังเก็บตัวอย่างดินเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณสมบัติทางเคมีและกิจกรรมของจุลินทรีย์

ผลการดำเนินงาน
ปี 2566 - 2567
ผลการวิจัยพบว่าการใส่ปุ๋ย NPK ร่วมกับสังกะสีและเหล็กช่วยเพิ่มการสะสมธาตุอาหารในต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้ความสูง จำนวนใบ น้ำหนักแห้ง และผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการใส่สังกะสีระดับ 2 มก./กก. ดิน (ZnSO4) ที่ให้ผลดีที่สุดต่อความกว้างและเส้นรอบวงฝัก น้ำหนักสดและน้ำหนักแห้งของเมล็ด นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยเหล็กยังช่วยกระตุ้นกิจกรรมจุลินทรีย์ในดินเมื่อเทียบกับการใส่เฉพาะ NPK

การนำไปใช้ประโยชน์
ปี 2566
1. ถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ดินเนื้อปูนรายย่อย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
2. เผยแพร่ผลงานวิจัยให้กับนักวิจัย/นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมประชุมในงานประชุมวิชาการ “The 20th KU KPS National Conference การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 20 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน” วันที่ 7 ธันวาคม 2566 ผ่านการนำเสนอผลการวิจัยภาคโปสเตอร์ และได้ตีพิมพ์บทคัดย่อในรายงานสืบเนื่องการประชุมวิชาการ ทั้งนี้ได้รับรางวัลงานวิจัยคุณภาพระดับดี จากงานประชุม
3. เจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตร ในวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ได้มีการพูดคุยและชี้แจ้งโครงการและแนวทางความร่วมมือในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้กับอตีดท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง นางนงนุช ศรีพุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ดร.นัทฐา ทักษ์รัตนศรัณย์ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร ร่วมกับทีมนักวิจัย ที่จะนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่กับเกษตรกรภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการวิจัย และโครงการวิจัยต่อเนื่องในปีที่สอง ก็ยินดีที่จะสนับสนุนบุคลากร ในพื้นที่ในความรับผิดมาร่วมเรียนรู้และร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ความรับผิดชอบต่อไป

ปี 2567
- มีการรับรองนำไปใช้ประโยชน์โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 จ.พิษณุโลก ลงวันที่ 11 ส.ค. 2567

ปี 2568
- เผยแพร่ผลงานวิจัยให้กับนักวิจัย/นักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมประชุมในงานประชุมวิชาการนเรศวรวิจัยและนวัตกรรม” ครั้งที่ 21 ภายใต้หัวข้อ “Research & Innovation Synergy: Collaborating for a Sustainable Future” วันที่ 17 กรกฎาคม 2568


มีผลงานตีพิมพ์
กมลชนก สาลี วันวิสาข์ ปั้นศักดิ์ เบญจภรณ์ ประภักดี วิชญา รงค์สยามานนท์ และณภัสนันท์ พสุการัชต์ชัย. (2568). ผลของการเติมปุ๋ยสังกะสีและเหล็กต่อผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิตของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดินเนื้อปูน. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการระดับชาติ นเรศวรวิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ 21 (น. 194-203). กองการวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร


ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
คำแนะนำการใส่ปุ๋ยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีแนวทางในการลดต้นทุนการใส่ปุ๋ยโดยแนะนำให้ใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และการใช้ปุ๋ยสั่งตัด โดยการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน คือ การใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำที่ได้จากการนำเฉพาะผลวิเคราะห์ธาตุอาหารหลัก (N, P และ K) ในดินที่เป็นปัจจุบัน มาเทียบกับคู่มือที่นักวิจัยได้จัดทำไว้ เพื่อได้รับคำแนะนำการใช้ ปุ๋ยที่สอดคล้องกับปริมาณธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและความต้องการธาตุอาหารของพืช สำหรับการใช้ปุ๋ยสั่งตัด คือ การใช้ปุ๋ยตามคำแนะนำที่ได้จากการนำข้อมูลชุดดินมาพิจารณาประกอบร่วมกับ ผลวิเคราะห์ธาตุอาหารหลัก (N, P และ K) ในดินที่เป็นปัจจุบัน และนำมาเทียบกับคู่มือหรือโปรแกรมสำเร็จรูป ที่นักวิจัยได้จัดทำไว้ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีความถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เนื่องจากคำแนะนำได้จากการนำปัจจัยหลักที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตของพืช ได้แก่ ชุดดิน พันธุ์พืช แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณน้ำฝน และปริมาณ N P K ในขณะนั้น มาร่วมคำนวณโดยใช้แบบจำลองการปลูก พืชและระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
ในขณะที่การศึกษาและวิจัยในครั้งนี้จะเป็นการศึกษามวลชีวภาพและปริมาณมหธาตุและจุลธาตุในแต่ละส่วนของต้นข้าวโพดที่ดูดใช้ที่ระยะพัฒนาการต่าง ๆ และส่วนของเมล็ดข้าวโพด ทำให้ข้อมูลเพื่อปรับใช้เป็นระดับอ้างอิงในการให้ปุ๋ยได้ตรงตามศักยภาพของพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมที่ในปัจจุบันสามารถให้ผลผลิตมากกว่า 1 ตันต่อไร่ โดยปรับคำแนะนำการใส่ปุ๋ยได้ทั้งธาตุมหธาตุและจุลธาตุ ที่จำเพาะเจาะจงสำหรับพื้นที่ปลูกข้าวโพดที่ปลูกในพื้นที่ดินเนื้อปูนหรือดินเนื้อปูนที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เนื่องจากดินเนื้อปูนมีปัญหาเรื่องการสูญเสียไนโตรเจนได้ง่าย ปัญหาการตรึงฟอสฟอรัส การขาดจุลธาตุประจุบวก
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก

ณ ปัจจุบัน จากผลงานวิจัยในปีที่ 1 เกิดผลกระทบได้ระดับชุมชน ได้แก่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายย่อย/กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่แปลงใหญ่  โดยได้รับผลประโยชน์ดังนี้

  1. ได้ข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ของปริมาณมวลชีวภาพและปริมาณธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆ ของข้าวโพด 3 พันธุ์ ที่เป็นตัวแทนของข้าวโพดที่มีอายุเก็บเกี่ยวสั้น อายุเก็บเกี่ยวปานกลาง และอายุเก็บเกี่ยวยาวที่ปลูกในดินเนื้อปูนในแต่ละระยะการเจริญเติบโต
  2. สามารถรักษากำลังผลิตของดินไม่ให้ลดต่ำลงจากการผลิตพืชอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินไม่เกิดความเสื่อมโทรม
  3. เกษตรกรได้คำแนะนำใหม่สำหรับข้าวโพดอายุเก็บเกี่ยวสั้น อายุเก็บเกี่ยวปานกลาง และอายุการเก็บเกี่ยวยาว ที่ปลูกในดินเนื้อปูน
  4. เกษตรกรที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในดินเนื้อปูนสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้จากค่าเฉลี่ยผลผลิตต่อไร่ ณ ปัจจุบัน  705 กิโลกรัมต่อไร่
SDGs หลัก
SDG15: LIFE ON LAND
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDG1: NO POVERTY

SDG2: ZERO HUNGER



Key Message

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของธาตุอาหารปริมาณมวลชีวภาพและประเมินธาตุอาหารที่ถูกดูดใช้ในส่วนต่างๆของต้นข้าวโพด ในแต่ละระยะการเจริญเติบโตจนถึงการเก็บเกี่ยว และเพื่อพัฒนาคำแนะนำการใส่ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกในดินเนื้อปูน

สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
ยุทธศาสตร์ 1 Global Research and Innovation
Partners/Stakeholders
  1. สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 กรมพัฒนาที่ดิน (พื้นที่รับผิดชอบ เช่น จังหวัดชัยนาท

นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ลพบุรี สมุทรปราการ สระบุรี)

  1. องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยขมิ้น อำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรี
  2. ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 9 จ.สุพรรณบุรี
4. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ ณ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ตัวชี้วัด THE Impact Ranking
15.2.3, 15.2.5, 15.3.5
อัลบั้มภาพ
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.