MU-SDGs Case Study
ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลต่อพลวัตป่าชายเลน สิ่งแวดล้อม และมนุษย์ ในสมัยโฮโลซีน: นัยที่เกี่ยวเนื่องกับการกักเก็บคาร์บอนระยะยาวของชายฝั่งอันดามัน ประเทศไทย
The impacts of sea level changes on Holocene mangrove dynamics, environment and human: the implication on long-term carbon storage of the Andaman Sea coastline, Thailand
แหล่งทุน
ส่วนงานหลัก
ปีที่เริ่มดำเนินการ
ส่วนงานร่วม
University of York
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน(องค์การมหาชน)
ศูนย์วิจัยสมุทรศาสตร์ชายฝั่งและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์)ผู้ดำเนินการหลัก
ผู้ดำเนินการร่วม
ดร. อภิชญา เอ่งล่อง
Professor Dr Rob Marchant
รศ.ดร.อัคนีวุธ จิรภิญญากุล
นางสาวอุษณีย์ สุทธิวงษ์
รศ.ดร. นาฏสุดา ภูมิจำนงค์
ดร.แพร จิรวัฒน์กุล
รศ.ดร.พลชาติ โชติการ
นายพศิน มาประสพ
นางสาววรัทยา พรมชู
ผศ.ดร.มณฑิรา ยุติธรรมคำอธิบาย
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพสภาพแวดล้อมบรรพกาล พืชพรรณและพลวัตตะกอนจากป่าชายเลน จังหวัดกระบี่ และจังหวัดระนอง ชายฝั่งอันดามัน โดยการวิเคราะห์เรณู ถ่าน น้ำหนักที่หายไปของตะกอน ธรณีเคมี และธรณีกายภาพ โดยในช่วงประมาณ 4,400 ปีจนถึงปัจจุบัน น้ำทะเลมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ ยังพบว่าป่าชายเลนในจังหวัดกระบี่และระนองจะมีการถอยร่นเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่องในอนาคตเนื่องจากการเพิ่มขึ้นระดับน้ำทะเลในปัจจุบันและที่คาดการณ์ไว้ในอนาคต
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
- เพื่อจำลองการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลที่สำหรับชายฝั่งอันดามัน
2.เพื่อรวมข้อมูลระดับน้ำทะเลและข้อมูลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เพื่อประเมินความเปราะบางของป่าชายเลนต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในอนาคต
- เพื่อประเมินแหล่งคาร์บอนระยะยาวตามแนวป่าชายเลนในชายฝั่งอันดามัน
4.เพื่อให้ข้อมูลที่สามารถนำไปใช้สำหรับการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสำหรับแผนการจัดการชายฝั่ง
การดำเนินการ
ทำการสกัดและวิเคราะห์แกนตะกอนป่าชายเลนในห้องปฏิบัติการโดยใช้เทคนิคทางบรรพนิเวศวิทยาที่หลากหลาย ได้แก่ ละอองเกสร เรณู ถ่าน ขนาดอนุภาค การสูญเสียจากการเผา (LOI) ความหนาแน่นรวม ธาตุร่องรอย และการวิเคราะห์หาอายุ
ผลการดำเนินงาน
ปีที่ 1
จากตะกอนป่าชายเลนตำบลไหนหนัง จังหวัดกระบี่ พบว่าพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นทางน้ำขึ้นน้ำลงเมื่อประมาณ 4,400 ถึง 2,700 ปีที่แล้ว ลักษณะเด่นคือมีการสะสมของตะกอนพลังงานสูงตามแนวทางน้ำ การพัฒนาของป่าชายเลนเริ่มต้นขึ้นประมาณ 4,400 ปีที่แล้ว โดยได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงและน้ำจืด ระดับน้ำทะเลในช่วงเวลานี้ค่อยๆ สูงขึ้นเล็กน้อยจนถึงประมาณ 4,200 ปีที่แล้ว จากนั้นระดับน้ำทะเลก็ลดลงเรื่อยๆ จนถึงประมาณ 2,700 ปีที่แล้ว
ต่อมาในช่วงประมาณ 2,700 ถึง 1,050 ปีที่แล้ว ทางน้ำขึ้นน้ำลงตื้นเขินขึ้นและเต็มไปด้วยตะกอนที่ละเอียดกว่า ทำให้เกิดเป็นที่ราบน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับป่าชายเลน ป่าที่อยู่ด้านหลังแนวป่าชายเลน และป่าพรุน้ำจืด ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณบริเวณชายฝั่ง ระดับน้ำทะเลยังคงลดลงในช่วงเวลานี้ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่พบในป่าชายเลนตำบลกำพวน จังหวัดระนอง ที่มีต้น Bruguiera เพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้น Avicennia ลดลง แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำทะเลในบริเวณกำพวนลดลงตั้งแต่ประมาณ 2,100 ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ ตั้งแต่ประมาณ 1,050 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน ป่าชายเลนที่ไหนหนังได้เข้ามาแทนที่พืชพรรณชายฝั่งแบบผสมก่อนหน้านี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 200 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาในพื้นที่กำพวนที่แสดงให้เห็นว่าระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 540 ปีที่แล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
อัตราการสะสมตะกอนที่พบในการวิจัยนี้บ่งชี้ว่า ป่าชายเลนในจังหวัดกระบี่และระนองจะต้องมีการปรับตัวโดยการถอยร่นเข้าแผ่นดินอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั่วโลก ทั้งในปัจจุบันและอนาคตมีผลงานตีพิมพ์
Punwong, P., Englong, A., Marchant, R., Jirapinyakul, A., Suttiwong, A., Chirawatkul, P., ... & Promchoo, W. (2024). A multi-proxy reconstruction of the late Holocene vegetation dynamics in Krabi mangroves, Thailand Andaman Sea. Quaternary Science Advances, 13, 100133. https://doi.org/10.1016/j.qsa.2023.100133ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
การศึกษาครั้งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการและผลกระทบในอดีตเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ผลการศึกษาจะช่วยให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล อัตราการเปลี่ยนแปลงสูงสุดที่ป่าชายเลนสามารถทนได้ เพื่อประเมินความเสี่ยงของป่าชายเลนต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนที่ใช้ในการพิจารณาโอกาสในการลดคาร์บอนของพื้นที่ ผลกระทบต่อการจัดการและการวางแผนในพื้นที่ป่าชายเลน และการปรับตัวของผู้คนที่ต้องพึ่งพาพื้นที่ชายฝั่งที่ราบต่ำสำหรับทรัพยากร ที่อยู่อาศัย และการดำรงชีวิตตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย
SDGs หลัก
SDG13
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
Goal 14
Goal 15
Key Message
ผลการศึกษาจะช่วยให้เราเข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล อัตราการเปลี่ยนแปลงสูงสุดที่ป่าชายเลนสามารถทนได้เพื่อประเมินความเสี่ยงของป่าชายเลนต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล
Links ข้อมูลเพิ่มเติม
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
Partners/Stakeholders
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง



