MU-SDGs Case Study
การประเมินการสะสมคาร์บอนอินทรีย์ในดินในพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่เปลี่ยนแปลงจากป่าไม้ บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่ทะ จังหวัดลำปาง
Soil Organic Carbon Stock Assessment in Forest-changed Maize Fields, Mae Tha Subwatershed, Lampang Province
แหล่งทุน
ส่วนงานหลัก
ผู้ดำเนินการหลัก
ผู้ดำเนินการร่วม
ผศ.ดร.มณฑิรา ยุติธรรม (ที่ปรึกษาโครงการวิจัย)
รศ.ดร.กฤตณะ พฤกษากร (ที่ปรึกษาโครงการวิจัย)
คำอธิบาย
งานวิจัยประเมินการสะสมคาร์บอนอินทรีย์ในดินในพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่เปลี่ยนจากป่าไม้ลุ่มน้ำแม่ทะ พบว่า ป่าไม้มีคาร์บอนอินทรีย์ในดินชั้นบนมากกว่าไร่ข้าวโพดเท่ากับ 44.58 และ 30.38 ตัน/เฮกแตร์ ตามลำดับ และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ลดคาร์บอนในดินลงร้อยละ 34.42 ใน 15 ปี
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ส่งผลกระทบต่อโลกอย่างกว้างขวาง ทั้งการกัดเซาะชายฝั่ง ภัยพิบัติที่รุนแรงและถี่ขึ้น การขาดแคลนอาหาร ผลผลิตการเกษตรลดลง ระบบนิเวศเสื่อมถอย และเศรษฐกิจชะลอตัว สาเหตุหลักคือการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบ ในปี 2559 ประเทศไทยปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก 354,358 GgCO2eq โดยส่วนใหญ่มาจากภาคพลังงาน (ร้อยละ 71.65) และภาคการเกษตร (ร้อยละ 14.72) อีกทั้งการลดลงของพื้นที่ป่าไม้เฉลี่ยปีละ 1,400 ตร.กม. ทำให้เกิดการปลดปล่อย CO2 ในปริมาณมาก
จังหวัดลำปางเป็นพื้นที่ที่พบการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินสูง ในช่วงปี 2550–2564 พื้นที่เกษตรเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.17 ขณะที่พื้นที่ป่าไม้ลดลงร้อยละ 6.84 โดยป่าผลัดใบในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่ทะเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพดถึง 5.59 ตร.กม. งานวิจัยจึงเลือกพื้นที่นี้เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนในดินชั้นบน (0–30 ซม.) โดยใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและการสำรวจภาคสนาม เพื่อสนับสนุนการจัดการคาร์บอนอินทรีย์ในดินในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
วัตถุประสงค์
เพื่อประเมินการสะสมคาร์บอนอินทรีย์ในดินของพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่เปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ป่าไม้ บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่ทะ จังหวัดลำปาง
การดำเนินการ
การประเมินการสะสมคาร์บอนอินทรีย์ในดินในพื้นที่ไร่ข้าวโพดที่เปลี่ยนแปลงจากป่าไม้ บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่ทะ จังหวัดลำปาง ดำเนินการโดยการกำหนดพื้นที่เก็บตัวอย่างโดยการวิเคราะห์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยแม่ทะ ระหว่างปี พ.ศ. 2550 – 2564 เพื่อหาบริเวณไร่ข้าวโพดที่เปลี่ยนแปลงมาจากพื้นที่ป่าไม้ ร่วมกับการซ้อนทับเชิงพื้นที่ (Spatial overlay) ด้วยข้อมูลชุดดิน (Soil series) และหน่วยหิน (Rock unit) ในบริเวณที่กรมพัฒนาที่ดินไม่ได้ดำเนินการจำแนกดินไว้ เช่น บริเวณพื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน (Slope complex) จากนั้น ดำเนินการสำรวจภาคสนามและเก็บตัวอย่างดินบนที่ความลึก 2 ระดับ ได้แก่ 0-15 และ 15-30 เซ็นติเมตร ทั้งแบบรบกวนและไม่รบกวน (Disturbed and undisturbed sampling) แล้วนำตัวอย่างมาวิเคราะห์สมบัติทางกายภาพ (ค่าความหนาแน่นรวม และเนื้อดิน) และสมบัติทางเคมี (ค่าความเป็นกรด-ด่าง และปริมาณอินทรียวัตถุ) ในห้องปฏิบัติการ เพื่อนำมาคำนวณปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ในดิน จากนั้นหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ในดิน และความลึก เนื้อดิน และค่าความเป็นกรด-ด่าง ด้วยวิธีการทางสถิติ เช่น การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation) การทดสอบทีแบบเป็นอิสระจากกัน (Independent T-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน (Analysis of Variance: ANOVA) เป็นต้น
ผลการดำเนินงาน
ดินในพื้นที่ไร่ข้าวโพดและป่าไม้แสดงปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ในความลึก 0-15 เซ็นติเมตร (upper topsoil) มากกว่าดินที่ระดับความลึก 15-30 เซ็นติเมตร (lower topsoil) และดินชั้น upper topsoil ในพื้นที่ป่าไม้มีปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ที่มากกว่าดินในไร่ข้าวโพด โดยเฉลี่ยคิดเป็น 44.58 ± 14.88 และ 30.38 ± 10.57 ตันคาร์บอน/เฮกแตร์ ตามลำดับ การเปลี่ยนแปลงจากพื้นที่ป่าไม้เป็นไร่ข้าวโพดตลอดระยะเวลา 15 ปียังทำให้มีปริมาณคาร์บอนอินทรีย์ในดินที่ลดลงประมาณร้อยละ 34.42 หรือประมาณ 1.01 ตันคาร์บอน/เฮกแตร์ต่อปี นอกจากนี้ ปริมาณของคาร์บอนอินทรีย์ในดินยังแสดงความสัมพันธ์เชิงลบกับค่าความหนาแน่นรวมของดิน ปริมาณอนุภาคขนาดทราย และจำนวนปีของการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ ในขณะเดียวกับ ปริมาณของคาร์บอนอินทรีย์ในดินแสดงความสัมพันธ์เชิงบวกกับค่าความเป็นกรด-ด่างในดิน ปริมาณอนุภาคขนาดทรายแป้งและขนาดดินเหนียว
ผลงานตีพิมพ์
Sattraburut T., Yuttitham M.*, Vongvassana S., Pattanakiat S.,
Chankhao A., Prueksakorn K. Rapid decline in soil organic carbon stocks following forest-to-maize field conversion within a watershed in Northern Thailand. Environmental Challenges 2024;17:101042.ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
SDGs หลัก
SDG 13 Climate Action
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
SDG 15 Life on Land
Key Message
Links ข้อมูลเพิ่มเติม
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
Partners/Stakeholders
- กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง



