MU-SDGs Case Study
การผสมผสานวิธีการใช้พืชร่วมกับแบคทีเรียเฉพาะถิ่นเพื่อเป็นแนวป้องกันสีเขียวในการป้องกันการแพร่กระจายโลหะหนักจากพื้นที่กำจัดขยะชุมชน
Integrated approach of plants and selected indigenous bacteria as a green strip for preventing heavy metals distribution from municipal solid waste disposal area
แหล่งทุน
ส่วนงานหลัก
ผู้ดำเนินการหลัก
คำอธิบาย
เนื้อหา MU-SDGs Case Study
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการปนเปื้อนโลหะหนักในสิ่งแวดล้อมมาจากพื้นที่กำจัดขยะชุมชน โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะชุมชนที่ใช้รูปแบบการเทกอง การเผากลางแจ้ง หรือการฝังกลบอย่างไม่ถูกหลักสุขาภิบาล เนื่องจากมีการนำขยะอันตรายจากบ้านเรือนมาทิ้งปนรวมไปกับขยะชุมชนและนำไปกำจัดร่วมกัน ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการขยะชุมชนในหลายพื้นที่ขาดงบประมาณในการบริหารจัดการ จึงมักใช้วิธีการเทกอง ทำให้เกิดการปนเปื้อนขยะอันตรายจากบ้านเรือนสะสมเข้าไปในระบบกำจัดขยะชุมชน โดยการปนเปื้อนของโลหะหนักในดินอาจนำไปสู่การปนเปื้อนโลหะหนักในผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกบริเวณรอบสถานที่ฝังกลบขยะชุมชน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคจากการได้รับโลหะหนักผ่านทางห่วงโซ่อาหาร
การใช้พืชบำบัด (Phytoremediation) เป็นวิธีทางชีวภาพที่ใช้ในการบำบัดดินปนเปื้อนโลหะหนัก ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อม รวมทั้งเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน และยังคงใช้ประโยชน์จากดินในพื้นที่โดยรอบได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การบำบัดดินปนเปื้อนโลหะหนักโดยใช้พืชยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ระยะเวลาในการบำบัดนานกว่าการบำบัดโดยวิธีอื่น เพราะโลหะหนักมีความเป็นพิษต่อพืช ส่งผลให้พืชมีการเติบโตช้า และอัตราการสะสมโลหะหนักของพืชลดลง จึงมีการนำแบคทีเรียส่งเสริมการเติบโตพืชมาใช้ช่วยพืชในการบำบัดโลหะหนัก
วัตถุประสงค์ของโครงการนี้มุ่งเน้นการผสมผสานวิธีการใช้พืชร่วมกับแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักที่ส่งเสริมการเติบโตพืช เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดโลหะหนักของพืช โดยทำการคัดเลือกแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักและสามารถสร้างกรดอินโดล-3-แอซีติก และนำมาแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักมาพัฒนาหัวเชื้อแบคทีเรียพร้อมใช้ โดยผสมกับถ่านชีวภาพ และนำไปอัดเป็นแท่งขนาดเล็กในรูปแบคทีเรียในถ่านชีวภาพอัดแท่งก่อนนำมาศึกษาประสิทธิภาพของแบคทีเรียในถ่านชีวภาพอัดแท่งในการส่งเสริมการเติบโตและการสะสมโลหะหนักของพืชที่ปลูกในดินจากพื้นที่ฝังกลบขยะชุมชนในระดับโรงเรือนและแปลงทดลองในพื้นที่ศึกษา เพื่อพัฒนาไปเป็น “แนวป้องกันสีเขียว” ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการลดผลกระทบจากการปนเปื้อนของโลหะหนักในพื้นที่กำจัดขยะชุมชนได้
การดำเนินการ
- การสำรวจปริมาณโลหะหนักในดินและพืชบริเวณพื้นที่กำจัดขยะชุมชน
- การแยกและคัดเลือกแบคทีเรียต้านทานโลหะหนัก
- การจำแนกชนิดของแบคทีเรียและตรวจวัดการสร้างกรดอินโดล-3-แอซีติก
- การเตรียมหัวเชื้อแบคทีเรียพร้อมใช้ในรูปแบบผสมกับถ่านชีวภาพอัดแท่ง
- การศึกษาประสิทธิภาพของแบคทีเรียในถ่านชีวภาพอัดแท่งและเซลล์แบคทีเรียอิสระในการส่งเสริมการเติบโตและการสะสมโลหะหนักของพืชที่ปลูกในดินจากพื้นที่ฝังกลบขยะชุมชนในระดับโรงเรือน
- การศึกษาการรอดชีวิตของแบคทีเรียในดินจากบ่อฝังกลบขยะชุมชนและความสามารถของแบคทีเรียในการละลายโลหะหนักในดิน
- การออกแบบและสร้างแปลงทดลองปลูกพืชในพื้นที่ศึกษา
- การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้พืชร่วมกับแบคทีเรียในการป้องกันการแพร่กระจายของโลหะหนักในดินในระดับแปลงทดลอง
ผลการดำเนินงาน
ปีที่ 1
- ดินบริเวณพื้นทีฝังกลบขยะชุมชนมีการปนเปื้อนแคดเมียม ทองแดง ตะกั่ว และสังกะสี แต่พบโครเมียมในปริมาณน้อยกว่า 003 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
- คัดแยกแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักและสร้างกรดอินโดล-3-แอซีติกในปริมาณสูงจากดินรอบรากพืชได้ 2 สายพันธุ์คือ Klebsiella quasipneumoniae และ Enterobacter cloacae
- เนื่องจาก K. quasipneumoniae และ E. cloacae อยู่ใน “บัญชีรายการเชื้อโรคที่ประสงค์ควบคุมตามมาตรา 18” จึงนำ Micrococcus yunnanensis MU1 ที่เป็นแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักและสร้างกรดอินโดล-3-แอซีติกจากงานวิจัยก่อนหน้า มาเตรียมเป็นหัวเชื้อแบคทีเรียพร้อมใช้ในถ่านชีวภาพอัดแท่ง
- แบคทีเรียในถ่านชีวภาพอัดแท่งและเซลล์แบคทีเรียอิสระสามารถช่วยส่งเสริมการเติบโตของหญ้าแฝก บานชื่น และทานตะวันที่ปลูกในดินจากพื้นที่ฝังกลบขยะชุมชนในระดับโรงเรือนได้ และยังช่วยส่งเสริมการสะสมโลหะหนักในหญ้าแฝก บานชื่น และทานตะวันได้อีกด้วย
ปีที่ 2
- การสะสมโลหะหนักในพืชที่เติบโตในพื้นที่กำจัดขยะชุมชน พบว่ารากไมยราบมีการสะสมแคดเมียมได้สูงสุด ในขณะที่รากหญ้าขนสะสมทองแดงได้สูงสุด ส่วนตะกั่วสะสมมากที่สุดในรากละหุ่ง และพบปริมาณสังกะสีสูงสุดในส่วนลำต้นและใบของหงอนไก่ไทย
- แบคทีเรียต้านทานโลหะหนักสามารถเจริญในดินจากบ่อฝังกลบขยะชุมชนได้ และยังช่วยเพิ่มการละลายของโลหะหนักในดินได้
- ดินจากบ่อฝังกลบขยะชุมชนมีค่า pH เป็นกลาง และมีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารสำหรับพืชในปริมาณสูง และนำมาเตรียมแปลงทดลองปลูกพืชในพื้นที่ศึกษา โดยแบ่งการปลูกหญ้าแฝก บานชื่น และทานตะวันเป็นแบบปลูกพืชเดี่ยว และแบบปลูกพืชสลับ
- การเติมแบคทีเรียต้านทานโลหะหนักในดินที่ปลูกพืชในแปลงทดลองช่วยส่งเสริมการเติบโตของพืชได้ และยังช่วยเพิ่มการสะสมโลหะหนักในพืช โดยเฉพาะในส่วนรากของพืช
การนำไปใช้ประโยชน์
- เผยแพร่ข่าวทางสื่อมวลชน
1.1 นสพ. สยามรัฐ หน้า 9
https://op.mahidol.ac.th/ga/wp-content/uploads/twitter/news-2024-11-4-5.pdf
1.2 แนวหน้า 2-11-67 https://www.naewna.com/local/838905
1.3 เมดิคอลไทม์ 29-10-67 http://www.medi.co.th/news_detail41.php?q_id=4313
1.4 นิตยสารสาระวิทย์ 30-10-67 https://www.nstda.or.th/sci2pub/micrococcus/
1.5 Sootinclaimon 2-11-67 https://sootinclaimon.com/2024/11/02/ม-มหิดล-คิดค้นนวัตกรรมชี/
1.6 Tonkit360.COM 4-11-67 https://tonkit360.com/133313
1.7 นสพ.ไทยโพสต์ 6-11-67 หน้า 5 https://mahidol.ac.th/wp-content/uploads/2024/11/news-2024-11-6-11.pdf
- ผลงานตีพิมพ์
2.1 Ketaubon P, Ritthikasem N, Tanheng P and Prapagdee B. Enhancing heavy metal phytoremediation in landfill soil by Chrysopogon zizanioides (L.) Roberty through the application of bacterial-biochar pellets. Environmental Technology and Innovation. 2024; 35: 103738.
ความแตกต่าง หรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
SDGs หลัก
SDG 15 Life on Land
SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง
SDG 11 Sustainable cities and communities
Key Message
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย
Partners/Stakeholders
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
- เทศบาลตำลบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
- วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสะพานหิน ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ตัวชี้วัด THE Impact Ranking
15.3.5 Collaboration for shared land ecosystems





