• +662 441 5000
  • This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
MU-SDGs Case Study
โครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ป่าไม้เพื่อขอการรับรองคาร์บอนเครดิตและการวิเคราะห์โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว บริษัท สุราษฎร์ธานี เบเวอเรช จำกัด
แหล่งทุน
บริษัท สุราษฎร์ธานี เบเวอเรช จำกัด
ส่วนงานหลัก
ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ส่วนงานร่วม
บริษัท บุญรอดบิวเวอรี่ จำกัด
ผู้ดำเนินการหลัก
อาจารย์ ดร.ภาณุวัฒน์ ประเสรฺฐพงษ์
ผู้ดำเนินการร่วม
นายศรุต ประพัฒน์พงษ์
คำอธิบาย

          บริษัทได้ดำเนินโครงการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์องค์กร เพื่อให้ทราบแหล่งปล่อยและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหาแนวทางการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเล็งเห็นพื้นที่ป่าไม้ภายในบริษัท ซึ่งเป็นแหล่งหรือพื้นที่ในการกักเก็บปริมาณก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรของตัวเองได้ โดยมีวัตถุประสงค์ของกิจกรรมโครงการเพิ่มศักยภาพของพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ป่าไม้เพื่อกักเก็บก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร

          ลักษณะโครงการก่อนที่จะมีการดำเนินงานโครงการ พื้นที่ตั้งของ บริษัท สุราษฎร์ธานี เบเวอเรช จำกัด ในอดีตเมื่อ 30 ปี เป็นพื้นที่ป่าพรุทางธรรมชาติซึ่งพรรณไม้เด่น คือ เสม็ด จากการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตรทำให้สภาพพื้นที่ป่าพรุถูกทำลาย ทำให้ระบบนิเวศของพื้นที่ป่าไม้เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวในปัจจุบันทางบริษัทกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และมีการส่งเสริมให้มีการปลูกป่าเพิ่มเติม เป็นการสนับสนุนนโยบายของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการดำเนินงานลดก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมการผลิตของบริษัท โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลดได้ในระยะเวลาคิดคาร์บอนเครดิตของโครงการปลูกป่าอย่างยั่งยืน

เนื้อหา MU-SDGs Case Study
การพัฒนากลไกโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างสมัครใจ และส่งเสริมให้มีการปรับตัวมุ่งสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ซึ่งพัฒนาตามแนวทางมาตรฐานสากล โดยให้มีความเหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ลดความยุ่งยากของขั้นตอนการดำเนินโครงการสำหรับผู้พัฒนาโครงการ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยด้วยความสมัครใจ ปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนเครดิตที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ สามารถนำไปจำหน่ายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศได้ ซึ่งประโยชน์ของการเข้าร่วมโครงการ นอกจากจะเป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และรายได้ที่ได้จากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตแล้ว การดำเนินโครงการยังก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน เช่น การสร้างงานในท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร โดยระเบียบวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจสาขาป่าไม้ ในปัจจุบันมี 2 ระเบียบวิธีการ (1) การปลูกป่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Forestation) (2) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า และการเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าในระดับโครงการ (องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก, 2563) การปลูกต้นไม้เป็นการฟื้นฟูและรักษาสภาพป่าไม้ให้อดุมสมบูรณ์เป็นแหล่งถิ่นอาศัยและเป็นการเพิ่มพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ ต้นไม้ยังมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน (global warming) โดยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง สะสมอยู่ในมวลชีวภาพ ทั้งนี้ความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ ยังช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก โดยการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีกทางหนึ่งด้วย

หลักการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนสำหรับแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นการสร้างมูลค่าและส่งเสริมรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนด้านป่าไม้ โดยการนำโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ไปพัฒนาโครงการด้านการจัดการพื้นที่ป่าไม้ จะเกิดความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยอาศัยการสร้างความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันสู่ความสมดุล เนื่องจากป่าไม้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมโอกาสด้านคาร์บอนเครดิต ช่วยสร้างรายได้ให้กับองค์กรและชุมชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์กรหรือบริษัทที่จะนำไปสู่การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และรักษาความสมบูรณ์ของความหลากหลายทางชีวภาพที่นำไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและองค์กรในอนาคต เพื่อลดผลกระทบที่รุนแรงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) และภาวะโลกร้อน (Global warming)

ประเทศไทยได้นำเสนอให้ภาคเศรษฐกิจพิจารณานำหลัก BCG Economy Model ไปสนับสนุนการดำเนินงานจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ สร้างมูลค่าและส่งเสริมรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีทรัพยากรป่าไม้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างความสมดุล ระหว่างเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจและประชาชนในท้องถิ่น รวมถึงการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจก โดยสอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย (กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2564)

วัตถุประสงค์ของโครงการ
1) เพื่อสร้างพื้นที่ป่าไม้สำหรับการกักเก็บคาร์บอน เพื่อขอการรับรองขึ้นทะเบียนเป็นโครงการคาร์บอนเครดิตในอนาคต และ
2) จัดทำรายงานโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อแสดงศักยภาพด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green economy) จากโครงการปลูกป่า/เพื่มพื้นที่สีเขียว บริษัท สุราษฎร์ธานี เบเวอเรช จำกัด
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
เพิ่มศักยภาพพื้นที่การกักเก็บคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก จากโครงการปลูกป่าอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นแหล่งอาศัยและเป็นพื้นที่ความหลากหลายทางชีวภาพ
SDGs หลัก

SDG 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

SDG 13  ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

SDGs อื่น ๆ ที่สอดคล้อง

SDG 9 สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม

SDG 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ มีความครอบคลุม ปลอดภัย ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง และยั่งยืน
Key Message
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ป่าไม้ และอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตบริเวณใกล้เคียงกับองค์กร
Partners/Stakeholders

บริษัท บุญรอดบิวเวอรี่ จำกัด

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)
ตัวชี้วัด THE Impact Ranking

SDG7: AFFORDABLE AND CLEAN ENERGY

7.2.1-7.2.4
อัลบั้มภาพ
โครงการพัฒนาศักยภาพพื้นที่ป่าไม้เพื่อขอการรับรองคาร์บอนเครดิตและการวิเคราะห์โมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
© 2026 Faculty of Environment and Resource Studies, Mahidol University . All Rights Reserved.